ภูเก็ตเปิดเกมขับเคลื่อนวาระโลก ปักหมุดเจ้าภาพ 3 งานไมซ์ระดับนานาชาติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภูเก็ตเปิดเกมขับเคลื่อนวาระโลก ปักหมุดเจ้าภาพ 3 งานไมซ์ระดับนานาชาติ

สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศความสำเร็จในการผลักดันจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ 3 งานติดต่อกันในปี 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพและการกระจายงานไมซ์สู่หัวเมืองภูมิภาคที่มีศักยภาพนอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของภูเก็ตในฐานะ “เมืองไมซ์ระดับโลก” ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภาคีความร่วมมือ และขีดความสามารถของบุคลากร

สรุปข่าว

ทีเส็บร่วมสนับสนุนดึงงานไมซ์ระดับนานาชาติจัดในประเทศไทย ปักหมุดจังหวัดภูเก็ตเจ้าภาพ 3 งาน คาดดึงดูดนักเดินทางไมซ์ราว 2,100 คน สร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมูลค่าร่วมกว่า 517 ล้านบาท

สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศความสำเร็จในการผลักดันจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ 3 งานติดต่อกันในปี 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพและการกระจายงานไมซ์สู่หัวเมืองภูมิภาคที่มีศักยภาพนอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของภูเก็ตในฐานะ “เมืองไมซ์ระดับโลก” ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภาคีความร่วมมือ และขีดความสามารถของบุคลากร

รายละเอียดเชิงลึกของ 3 งานประชุมนานาชาติระดับโลก

1. Global Sustainable Tourism Conference 2026 (GSTC 2026)

งานประชุมของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) กำหนดจัดวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสู่ระดับสากลและมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ

คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 900 คน (ชาวต่างชาติ 600 คน ชาวไทย 300 คน) สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 99.6 ล้านบาท ทั้งนี้ ภูเก็ตมีสมาชิก GSTC ที่เป็น Active Member ในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ แหล่งท่องเที่ยว และโรงแรม อีกทั้งยังเป็นเมืองนำร่องโครงการประเมินระบบนิเวศระดับชาติ (National Ecosystem Assessment - NEA) ร่วมกับ UNDP

โดยบทบาทของทีเส็บนั้นได้ สนับสนุนงบประมาณการจัดงานภายใต้แคมเปญ FIRST Time EVER! และงบประมาณชดเชยคาร์บอนจนเป็นศูนย์ (Road to Net ZERO Carbon) รวมถึงการจัดกิจกรรม Post-Tour ในวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อเปิดตัวพื้นที่กิจกรรมเชิงยั่งยืนของภูเก็ตสู่สายตาต่างชาติ

2. InterPride General Meeting & World Conference 2026

งานประชุมของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล (InterPride) กำหนดจัดวันที่ 28 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 โดยมีนฤมิตไพรด์ มูลนิธิ FOR-SOGI และสมาคมอันดามันพาวเวอร์ ภูเก็ต ร่วมเป็นเจ้าภาพ งานนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ "ไข่มุกสีรุ้งแห่งเอเชีย" และสอดรับกับการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย

ทั้งนี้คาดการณ์ว่าผู้เข้าร่วมงาน 400-500 คน จากองค์กร Pride กว่า 400 องค์กร ใน 70 ประเทศทั่วโลก สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 50 ล้านบาท โดยทีเส็บได้ดำเนินงาน 3 ระดับ คือ ระดับประเทศ (สร้างความแข็งแกร่งให้ Pride Community), ระดับภูมิภาค (ก่อตั้ง Asian Pride Alliance ครั้งแรกของโลกที่ภูเก็ตเมื่อ 7 มิถุนายน 2567) และระดับโลก (การร่วมโหวตในเวที InterPride World Conference ณ ประเทศโคลอมเบีย) สำหรับจุดเด่นที่ทำให้คว้าสิทธิ์นี้มานั้น มาจากความก้าวหน้าทางกฎหมายและความเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQIA+ ของภูเก็ต


3. Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026)

งานประชุมวิชาการด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดโดยสถาบันโกลบอลเวลเนส (GWI) กำหนดจัดวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรม Angsana Laguna Phuket ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำระดับสูงจากอุตสาหกรรม Wellness และนวัตกรรมการแพทย์ทั่วโลก

คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 600-700 คน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 368 ล้านบาท โดยคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ นั้นจะช่วยขับเคลื่อนไทยจาก Wellness Tourism ไปสู่ Wellness Economy ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้ในไทยมีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

สำหรับการดำเนินงาน มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ และมีการสำรวจพื้นที่โดยทีม GWI ถึง 2 ครั้งในปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด

วิสัยทัศน์จากผู้บริหารและภาคีเครือข่าย

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวถึงความยินดีในการดึงงานระดับโลกมาจัดที่ภูเก็ต โดยระบุว่า  “ภูเก็ตคือเมืองไมซ์ต้นแบบที่สามารถนำงานไมซ์มาเป็นกลไกยกระดับเมืองและสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุนและการพัฒนาที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทีเส็บในการดึงงานระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างมีเป้าหมาย กลยุทธ์การพัฒนาเมืองไมซ์ภูมิภาคให้สร้างแบรนด์เฉพาะด้านตามยุทธศาสตร์เมือง และกลยุทธ์กระจายการจัดงานระดับนานาชาติไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร”

ขณะที่ นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เน้นย้ำถึงผลประโยชน์ที่จะกระจายสู่ท้องถิ่น “จังหวัดภูเก็ต กำลังใช้ ‘ไมซ์’ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพ เพราะงานประชุมนานาชาติไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะภาคท่องเที่ยว แต่กระจายประโยชน์ไปถึงธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนอย่างชัดเจน การเป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานสำคัญครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของภูเก็ตในฐานะเมืองไมซ์ระดับนานาชาติ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมือง เพิ่มโอกาสการลงทุน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ให้มุมมองในฐานะตัวแทนภาคเอกชน กล่าวว่า  “เรามุ่งเน้นการนำศักยภาพด้านความยั่งยืนและบริการสุขภาพระดับสากลมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่จับต้องได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกอย่างมีกลยุทธ์ ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสุขของคนในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนาครั้งนี้เป็นการวางรากฐานที่ยั่งยืนและคืนประโยชน์สู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยอย่างแท้จริง”


บทบาทสนับสนุนเชิงเทคนิคของทีเส็บ

เพื่อให้การจัดงานทั้ง 3 งานมีมาตรฐานสูงสุด ทีเส็บได้จัดเตรียมระบบสนับสนุนไว้อย่างละเอียด ประกอบด้วย

  1. การอำนวยความสะดวกการเดินทาง: ประสานการบินไทยมอบสิทธิประโยชน์บัตรโดยสาร และจัดบริการช่องทางพิเศษ (MICE Lane) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ต รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการยื่นวีซ่า
  2. เทคโนโลยีการจัดการ: ให้บริการระบบลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงานผ่านแพลตฟอร์ม BizConnect พร้อมเจ้าหน้าที่ On-site Service
  3. การประชาสัมพันธ์: เผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์หลักและเครือข่ายทั่วโลกเพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับอันดับ ICCA Ranking ของภูเก็ต

ความสำเร็จในปี 2569 นี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง "มรดกทางเศรษฐกิจและสังคม" (Legacy) ให้กับจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 หรือการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและความหลากหลายสืบไป

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเมืองไมซ์ไทยสู่เวทีสากล ติดตามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.businesseventsthailand.com


ที่มาข้อมูล : Avertorial สินค้า TCEP

ที่มารูปภาพ : Avertorial สินค้า TCEP

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว