
สรุปข่าว
วันนี้ (17 มิ.ย.65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักรเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) 77 จังหวัด
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคในประเทศ โดยเริ่มดำเนินการได้ทันทีหรือหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา มาตรการการใส่หน้ากากอนามัย ควรสวมหน้ากากและให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่แออัด สถานที่ปิดหรือมีการอยู่ใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก
เงื่อนไขการสวมหน้ากากอนามัย
1.สถานที่ภายนอกอาคาร ให้สวมหน้ากาก เมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น โดยไม่สามารถเว้นระยะห่าง มีความแออัด มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก หรือมีการระบายอากาศไม่ดี เช่น ขนส่งสาธารณะ ตลาด สนามกีฬาหรือสถานที่แสดงดนตรีที่มีผู้ชม
2.สถานที่ภายในอาคาร ให้สวมใส่หน้ากาก
เงื่อนไขการถอดหน้ากากอนามัย
1.อยู่คนเดียว
2.หากอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น
3.ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่พำนักเดียวกัน ต้องสามารถเว้นระยะห่างได้
4.ไม่รวมกลุ่มและในพื้นที่แออัด และอยู่ในที่ระบายอากาศได้ดี
5.มีกิจกรรมที่จำเป็นต้องถอดหน้ากาก เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย บริการบริเวณใบหน้า ศิลปะการแสดง ฯลฯ โดยให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เมื่อกิจกรรมนั้นเสร็จสิ้น ควรสวมหน้ากากทันที
การถอดหน้ากากอนามัยเน้นอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม เน้นย้ำประชาชนกลุ่มเฉพาะกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง) หรือผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ควรสวมหน้ากาก เมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น ส่วนผู้ติดเชื้อ/ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น
ส่วนการบริโภคสุราหรือแอลกอฮอล์ในร้านอาหารในพื้นที่เฝ้าระวังสูงและพื้นที่เฝ้าระวัง สามารถเปิดบริการได้ตามปกติโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรครวมทั้งกฎหมายกฎระเบียบหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่สถานประกอบการประเภทสถานบันเทิง เปิดบริการได้โดยให้ผู้รับบริการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เฝ้าระวังโดย เปิดให้บริการตามกฎหมายเดิมกำหนด
สำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวสามารถทำได้ตามปกติ
ขณะที่การคัดกรองอุณหภูมิไม่มีความจำเป็นต้องคัดกรองอุณหภูมิภายในอาคารสถานที่ แต่อาจจะมีให้คัดกรองอุณหภูมิในสถานที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาดเท่านั้น
การเว้นระยะห่างแนะนำให้มีการเว้นระยะห่างตามความเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
มาตรการการรวมกลุ่ม ตรวจคัดกรอง ATK กรณีเป็นผู้ป่วยสงสัยที่มีอาการทางเดินหายใจหากมีการรวมกลุ่มมากกว่า 2,000 คนขอให้แจ้งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ รับทราบเพื่อเฝ้าระวังการระบาด
ภาพจาก ศบค.
ภาพจาก ศบค.
ข้อมูลจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)
ภาพจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) / TNN ONLINE
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
