คลื่นความร้อนถล่มทั่วโลก นิวยอร์ก-ปักกิ่งแตะ 38 องศาฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลื่นความร้อนถล่มทั่วโลก นิวยอร์ก-ปักกิ่งแตะ 38 องศาฯ

หลายพื้นที่ทั่วโลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสองประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งต่างประสบกับอุณหภูมิสูงสุดระดับเกือบเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบโครงสร้างพื้นฐาน


เริ่มที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตอนนี้กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยในวันอังคารนี้ ( 24 มิ.ย.68) อุณหภูมิอาจแตะระดับ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำลายสถิติที่มีมาตั้งแต่ปี 1888 และนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษที่อุณหภูมิแตะระดับนี้ในเซ็นทรัลพาร์ก ส่วนค่าความรู้สึกตามจริง (RealFeel) อาจสูงถึง 41–43 องศาฯ เนื่องจากความชื้นและแสงแดดที่แผดเผา แม้อุณหภูมิทางการอาจไม่ถึง 38 องศาฯ แต่บางพื้นที่รอบเมืองอาจร้อนทะลุระดับดังกล่าวได้


ทางการนิวยอร์กได้ประกาศ “Code Red Alert” และเปิดศูนย์พักร้อนทั่วเมืองเพื่อรองรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรัง

สรุปข่าว

กลางปี 2025 หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรง โดยเฉพาะในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 38 องศาฯ ทำให้ทางการต้องออกมาตรการเตือนภัยและเปิดศูนย์พักร้อนเพื่อช่วยประชาชนรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว คลื่นความร้อนนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานในเมืองสำคัญเหล่านี้อีกด้วย ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าปรากฏการณ์นี้มีแนวโน้มจะเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

หลายพื้นที่ทั่วโลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสองประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งต่างประสบกับอุณหภูมิสูงสุดระดับเกือบเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบโครงสร้างพื้นฐาน


เริ่มที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตอนนี้กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยในวันอังคารนี้ ( 24 มิ.ย.68) อุณหภูมิอาจแตะระดับ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำลายสถิติที่มีมาตั้งแต่ปี 1888 และนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษที่อุณหภูมิแตะระดับนี้ในเซ็นทรัลพาร์ก ส่วนค่าความรู้สึกตามจริง (RealFeel) อาจสูงถึง 41–43 องศาฯ เนื่องจากความชื้นและแสงแดดที่แผดเผา แม้อุณหภูมิทางการอาจไม่ถึง 38 องศาฯ แต่บางพื้นที่รอบเมืองอาจร้อนทะลุระดับดังกล่าวได้


ทางการนิวยอร์กได้ประกาศ “Code Red Alert” และเปิดศูนย์พักร้อนทั่วเมืองเพื่อรองรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรัง

คลื่นความร้อนนี้ยังส่งผลให้ช่วงกลางคืนมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 27 องศาฯ ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในฤดูร้อน ส่งผลให้ร่างกายประชาชนไม่สามารถพักฟื้นจากความร้อนได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดดหรือฮีตสโตรกอย่างมาก


ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ความร้อนจัดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากสภาพอากาศอันดับหนึ่งของประเทศตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ในปี 2024 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 199 ราย มากกว่าภัยธรรมชาติประเภทอื่นรวมกัน


ขณะเดียวกัน ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ประชาชนต้องหลบร้อนตามร่มเงาและพื้นที่ริมคลองเช่นกัน หลังจากทางการประกาศเตือนสภาพอากาศร้อนระดับ “สีส้ม” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 จากทั้งหมด 3 ระดับ โดยวานนี้ (23 มิ.ย.68) อุณหภูมิในเมืองหลวงของจีนพุ่งขึ้นถึง 38 องศาฯ


เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ประชาชนกว่า 22 ล้านคนในเมือง หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้าน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และลดระยะเวลาในการทำงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนงานก่อสร้าง รวมถึงขอให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยระมัดระวังการเกิดฮีตสโตรกอย่างใกล้ชิด

แม้อุณหภูมิในวันนี้จะยังไม่ทำลายสถิติเดิมของเดือนมิถุนายนที่ 41.1 องศาฯ ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2023 แต่มีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะยังคงเพิ่มขึ้นอีกในช่วงวันต่อ ๆ ไป

สำหรับประเทศจีนเผชิญฤดูร้อนที่รุนแรงติดต่อกันมาหลายปี โดยพื้นที่ทางตอนเหนือเผชิญคลื่นความร้อน ขณะที่ตอนใต้กลับเจอกับฝนตกหนักและน้ำท่วม ซึ่งสะท้อนถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรงทั่วประเทศ


นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝีมือมนุษย์ โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีส่วนสำคัญที่ทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม จีนได้เร่งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาถ่านหินมาสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top