
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เกี่ยวกับ เวียดนามเตรียมห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้น้ำมันวิ่งในกรุงฮานอยภายในปี 2569 เพื่ออากาศที่สะอาดและสุขภาพที่ดีขึ้น
รัฐบาลเวียดนามประกาศนโยบายสำคัญในการ “ห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน” วิ่งในเขตใจกลางกรุงฮานอย ภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยให้เหตุผลถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งอยู่ในระดับรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 รายต่อปีจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ มาตรการนี้จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขของประเทศ ที่มุ่งสร้างอากาศบริสุทธิ์และสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในเมืองใหญ่
ปัจจุบัน เวียดนามมีรถจักรยานยนต์มากกว่า 77 ล้านคันทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้กว่า 7 ล้านคันอยู่ในฮานอย และ 8.5 ล้านคันในนครโฮจิมินห์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบขนส่งและเศรษฐกิจรายย่อยของชาวเวียดนาม รัฐบาลจึงตั้งเป้าให้ภายในปี 2573 รถยนต์อย่างน้อย 30% และรถจักรยานยนต์ 22% ทั่วประเทศเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางเสียง และมลพิษทางอากาศ
สรุปข่าว
เวียดนามเตรียมห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้น้ำมันวิ่งในกรุงฮานอยภายในปี 2569 เพื่อลดมลพิษทางอากาศและปัญหาสุขภาพของประชาชน รัฐบาลให้เงินอุดหนุนสูงสุด 200 ดอลลาร์แก่ผู้เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า พร้อมยกเว้นค่าจดทะเบียนถึงปี 2573 นโยบายนี้มีขึ้นหลังจากที่เวียดนามเผชิญปัญหาคุณภาพอากาศแย่มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 70,000 รายต่อปีจากวิกฤตคุณภาพอากาศ
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เกี่ยวกับ เวียดนามเตรียมห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้น้ำมันวิ่งในกรุงฮานอยภายในปี 2569 เพื่ออากาศที่สะอาดและสุขภาพที่ดีขึ้น
รัฐบาลเวียดนามประกาศนโยบายสำคัญในการ “ห้ามรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน” วิ่งในเขตใจกลางกรุงฮานอย ภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยให้เหตุผลถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งอยู่ในระดับรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 70,000 รายต่อปีจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ มาตรการนี้จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขของประเทศ ที่มุ่งสร้างอากาศบริสุทธิ์และสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในเมืองใหญ่
ปัจจุบัน เวียดนามมีรถจักรยานยนต์มากกว่า 77 ล้านคันทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้กว่า 7 ล้านคันอยู่ในฮานอย และ 8.5 ล้านคันในนครโฮจิมินห์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบขนส่งและเศรษฐกิจรายย่อยของชาวเวียดนาม รัฐบาลจึงตั้งเป้าให้ภายในปี 2573 รถยนต์อย่างน้อย 30% และรถจักรยานยนต์ 22% ทั่วประเทศเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางเสียง และมลพิษทางอากาศ
เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในฮานอย รัฐบาลเวียดนามเตรียมมอบเงินอุดหนุน 120–200 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่เปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ซึ่งมีราคาขั้นต่ำราว 590 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและป้ายทะเบียนจนถึงปี 2573
ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยอาศัยความได้เปรียบด้านการผลิตภายในประเทศเกือบทั้งหมด บริษัท VinFast ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารายใหญ่ของเวียดนาม ได้วางแผนสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 150,000 แห่งทั่วประเทศภายใน 3 ปี และร่วมมือกับธนาคารเพื่อเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงเงินอุดหนุนเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย
มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเวียดนามในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างเมืองที่อากาศสะอาดยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
- "โต เลิม" ถึงเกาหลีเหนือแล้ว ทั่วโลกจับตา เวียดนามต้องการอะไร?
- ทั่วโลกจับตา "โต เลิม" เยือนเกาหลีเหนือ เวียดนามต้องการอะไรจากผู้นำคิม
- “เวียดนาม” แกร่ง ไม่สะเทือนภาษีทรัมป์ 9 เดือนแรก เกินดุลการค้าสหรัฐฯ พุ่ง 99,000 ล้านเหรียญ
- 9 เดือนต่างชาติเที่ยวเวียดนาม 15.4 ล้านคน
- "ไต้ฝุ่นบัวลอย" อ่อนกำลังก่อนพัดขึ้นฝั่งที่ลาว ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมพุ่ง 30 คน
ที่มาข้อมูล : Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Reuteres

