
มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายคนให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นต้นเหตุของโรคในระบบทางเดินหายใจมากมาย แม้คำแนะนำจะระบุว่าไม่ควรออกนอกบ้านหากไม่จำเป็นในช่วงที่คุณภาพอากาศเป็นพิษในระดับอันตราย แต่งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า แม้จะอยู่ภายในอาคารแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพอากาศจะดีเสมอไป เนื่องจากภายในอาคารอาจมีแหล่งกำเนิดมลพิษโดยที่เราไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
สรุปข่าว
มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายคนให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นต้นเหตุของโรคในระบบทางเดินหายใจมากมาย แม้คำแนะนำจะระบุว่าไม่ควรออกนอกบ้านหากไม่จำเป็นในช่วงที่คุณภาพอากาศเป็นพิษในระดับอันตราย แต่งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า แม้จะอยู่ภายในอาคารแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพอากาศจะดีเสมอไป เนื่องจากภายในอาคารอาจมีแหล่งกำเนิดมลพิษโดยที่เราไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
ต้นกำเนิดของมลพิษทางอากาศภายในอาคาร อาจมาจากกิจกรรมของผู้อยู่อาศัย เช่น ควันบุหรี่ การทำอาหาร การใช้น้ำยา สเปรย์ปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งการจุดธูปเทียน ล้วนแล้วแต่สามารถปล่อยสารเคมีและฝุ่นละอองขนาดเล็กออกมาปนเปื้นในอากาศได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี นอกจากนี้แหล่งกำเนิดมลพิษในอากาศอาจมาจากเสื้อผ้าที่เราใส่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน ที่กักเก็บไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ โรคหอบหืด และปัญหาระบบทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
แม้ว่าจะไม่สามารถกำจัดมลพิษทางอากาศภายในบ้านได้ทั้งหมด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเพิ่มฝุ่นละออง หรือการสัมผัสมลพิษทางอากาศได้โดยเพิ่มการระบายอากาศ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในอาคาร หรือในห้อง หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ และเลือกใช้วัสดุตกแต่งบ้านที่มีการปล่อยสารระเหย การดูแลอากาศในบ้านจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวกสบาย แต่เป็นการป้องกันสุขภาพในระยะยาวให้ปลอดภัยจากมลพิษในอากาศ
- “ญี่ปุ่น” อากาศดี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รัฐ–ประชาชนเอาจริงทั้งระบบ
- “ซาราเยโว” จมฝุ่น คุณภาพอากาศแย่ติดอันดับโลก
- อินเดียยกระดับ ควบคุมฝุ่นควันในเมือง หลังค่าฝุ่นพุ่ง 450 มคก./ลบ.ม.ชาวเมืองปอดแทบพัง
- “ฮานอย” ค่าฝุ่นพุ่งสูง หมอกควันพิษคลุมเมือง
- เช้านี้ค่าฝุ่น กทม.เกินมาตรฐาน เตือน 11-13 ธ.ค.PM2.5 สูง แนะสวมหน้ากากอนามัย
ที่มาข้อมูล : UNICEF/Health Effects Institute
ที่มารูปภาพ : Envato

