จับตาพายุใกล้ฟิลิปปินส์ ก่อตัวในเดือนมกราคม ครั้งแรกในรอบ 7 ปี!

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตาพายุใกล้ฟิลิปปินส์ ก่อตัวในเดือนมกราคม ครั้งแรกในรอบ 7 ปี!

ฤดูไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกปี 2026 เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ หลังตรวจพบพายุดีเปรสชันก่อตัวขึ้นทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ นับเป็นพายุลูกแรกที่ได้รับการออกคำเตือนในภูมิภาคนี้ในเดือนมกราคม นับตั้งแต่พายุโซนร้อนปาบึกในปี 2019


ข้อมูลล่าสุดระบุว่า พายุดีเปรสชันดังกล่าว กำลังเคลื่อนที่ไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สรุปข่าว

ฤดูไต้ฝุ่นแปซิฟิกตะวันตกปี 2026 เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ เพราะตรวจพบพายุดีเปรสชันก่อตัวทางด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ นับเป็นพายุลูกแรกในรอบ 7 ปีที่ก่อตัวขึ้นในเดือนมกราคม (ลูกล่าสุดคือพายุปาบึกเมื่อปี 2019) แม้พายุลูกนี้ยังไม่มีการคาดการณ์ว่าจะขึ้นฝั่งที่ไหน แต่พายุลูกนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เบื้องต้นไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

ฤดูไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกปี 2026 เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ หลังตรวจพบพายุดีเปรสชันก่อตัวขึ้นทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ นับเป็นพายุลูกแรกที่ได้รับการออกคำเตือนในภูมิภาคนี้ในเดือนมกราคม นับตั้งแต่พายุโซนร้อนปาบึกในปี 2019


ข้อมูลล่าสุดระบุว่า พายุดีเปรสชันดังกล่าว กำลังเคลื่อนที่ไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า พายุดีเปรสชันนี้มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า และอาจพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนได้ในช่วงดึกของคืนวันนี้ (14 ม.ค.) หรือในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเฝ้าระวังหรือเตือนภัยตามแนวชายฝั่งพื้นที่ใด


แม้พายุจะยังไม่คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ไหน แต่เนื่องจากระบบพายุมีขนาดใหญ่และมีกลุ่มฝนปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง จึงอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะเกาะมินดาเนา ซามาร์ และเลย์เต ตั้งแต่วันพฤหัสบดีต่อเนื่องไปจนถึงวันเสาร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ได้

นักวิชาการอธิบายว่า การก่อตัวของพายุครั้งนี้เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์กระแสลมตะวันตกกำลังแรง (Westerly Wind Burst) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นในช่วงเริ่มต้นของการเกิดเอลนีโญ ส่งผลให้เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำหลายบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรแปซิฟิก โดยหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของปาเลาได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว


แม้สภาพแวดล้อมโดยรวมจะเอื้อต่อการทวีกำลังของพายุ ทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อบอุ่นราว 29–30 องศาเซลเซียส และปริมาณความชื้นในชั้นบรรยากาศระดับกลางที่เพียงพอ แต่นักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ยังอยู่ในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งไม่ใช่ฤดูกาลหลักของพายุ ทำให้โอกาสที่พายุจะทวีกำลังรุนแรงนั้นมีไม่มากนัก


แม้เส้นทางพายุในปัจจุบันจะยังไม่ส่งผลให้ศูนย์กลางพายุขึ้นฝั่งในพื้นที่ใด แต่ด้วยขนาดของระบบพายุที่ค่อนข้างใหญ่ ยังคงมีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักในพื้นที่ปาเลา และพื้นที่ชายฝั่งของฟิลิปปินส์หลายแห่งตลอดช่วงปลายสัปดาห์นี้ และเบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : Weathernerds.org

ที่มารูปภาพ : JMA

sticky-bar-top