“ละฮอร์” หายใจไม่ออก AQI ทะลุ 500! เมืองจมอากาศพิษ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ละฮอร์” หายใจไม่ออก  AQI ทะลุ 500! เมืองจมอากาศพิษ

“ละฮอร์” เมืองหลวงของแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน เผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรง เมื่อค่าคุณภาพอากาศพุ่งแตะระดับ “อันตรายต่อสุขภาพ” ส่งผลให้หมอกควันหนาทึบปกคลุมเมือง การจราจรติดขัด และประชาชนกว่าสิบล้านคนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศเป็นพิษ

 

เมื่อวันอังคารที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ระดับมลพิษทางอากาศในเมืองละฮอร์พุ่งสูงถึงระดับ “อันตราย” โดยดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) วัดได้ 516 เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากข้อมูลของ IQAir ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 300 ที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพมากกว่า 70% และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 13 ล้านคน ในเมือง

 

หมอกควันหนาทึบทำให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันในมหานครที่มักถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดของโลกในช่วงฤดูหนาว ชาวเมืองหลายคนแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการของภาครัฐ โดยมองว่ายังไม่เพียงพอ โมฮัมหมัด อัซฮาร์ หนึ่งในประชาชนที่ได้รับผลกระทบ วิจารณ์มาตรการระยะสั้น เช่น การฉีดพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่น ว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนและการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างเป็นสิ่งจำเป็น


สรุปข่าว

มลพิษอากาศในเมือง “ละฮอร์” พุ่งสู่ระดับอันตราย ค่าดัชนี AQI แตะ 516 ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 13 ล้านคน หมอกควันหนาทึบลดทัศนวิสัย กระทบการจราจรและชีวิตประจำวัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ามาตรการรัฐยังไม่ยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญชี้ต้นเหตุจากยานพาหนะ อุตสาหกรรม การเผาในภาคเกษตร และสภาพอากาศหนาวที่กักมลพิษไว้

“ละฮอร์” เมืองหลวงของแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน เผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรง เมื่อค่าคุณภาพอากาศพุ่งแตะระดับ “อันตรายต่อสุขภาพ” ส่งผลให้หมอกควันหนาทึบปกคลุมเมือง การจราจรติดขัด และประชาชนกว่าสิบล้านคนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศเป็นพิษ

 

เมื่อวันอังคารที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ระดับมลพิษทางอากาศในเมืองละฮอร์พุ่งสูงถึงระดับ “อันตราย” โดยดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) วัดได้ 516 เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากข้อมูลของ IQAir ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 300 ที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพมากกว่า 70% และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 13 ล้านคน ในเมือง

 

หมอกควันหนาทึบทำให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันในมหานครที่มักถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดของโลกในช่วงฤดูหนาว ชาวเมืองหลายคนแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการของภาครัฐ โดยมองว่ายังไม่เพียงพอ โมฮัมหมัด อัซฮาร์ หนึ่งในประชาชนที่ได้รับผลกระทบ วิจารณ์มาตรการระยะสั้น เช่น การฉีดพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่น ว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนและการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างเป็นสิ่งจำเป็น


ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า สาเหตุหลักของหมอกควันในละฮอร์มาจากไอเสียยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม ควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงสภาพอากาศหนาวเย็นที่กักเก็บอากาศเสียไว้ใกล้พื้นดิน ที่ผ่านมา รัฐบาลแคว้นปัญจาบ ซึ่งมีละฮอร์เป็นเมืองหลวง เคยใช้มาตรการปิดโรงเรียนเป็นระยะ ปิดโรงงานบางแห่งในช่วงสุดสัปดาห์ และใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อลดฝุ่นควัน แต่สถานการณ์ยังคงน่าวิตก

 

วิกฤตหมอกควันในเมืองละฮอร์สะท้อนปัญหามลพิษเชิงโครงสร้างที่ยังแก้ไขไม่ได้อย่างยั่งยืน แม้มาตรการเฉพาะหน้าจะถูกนำมาใช้ แต่ระดับมลพิษที่พุ่งสู่ขั้นอันตรายต่อสุขภาพ ยังคงสร้างความกังวลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก และตอกย้ำความจำเป็นในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top