
“พายุเลโอนาร์โด” พัดถล่มคาบสมุทรไอบีเรียด้วยฝนตกหนัก สร้างความเสียหายและน้ำท่วมในโปรตุเกสและสเปน พร้อมคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อยหนึ่งราย ท่ามกลางแนวโน้มอุทกภัยในยุโรปที่เกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในโปรตุเกสตอนใต้ เมืองอัลกาเซร์ ดู ซาล เผชิญน้ำท่วมหนัก หลังแม่น้ำซาโดเอ่อล้นตลิ่ง ผู้คนต้องลุยน้ำระดับเอว ขณะที่ร้านอาหารและพื้นที่เชิงพาณิชย์หลายแห่งถูกน้ำท่วมจนจมทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องวางกระสอบทรายหน้าบ้านและร้านค้าเพื่อป้องกันความเสียหาย สำหรับพายุเลโอนาร์โดเป็นหนึ่งในพายุฤดูหนาวอย่างน้อยหกลูกที่พัดถล่มโปรตุเกสและสเปนตั้งแต่ต้นปี 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย หลังคาบ้านถูกพายุพัดเสียหาย และเมืองหลายแห่งเผชิญน้ำท่วม
สรุปข่าว
“พายุเลโอนาร์โด” พัดถล่มคาบสมุทรไอบีเรียด้วยฝนตกหนัก สร้างความเสียหายและน้ำท่วมในโปรตุเกสและสเปน พร้อมคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อยหนึ่งราย ท่ามกลางแนวโน้มอุทกภัยในยุโรปที่เกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในโปรตุเกสตอนใต้ เมืองอัลกาเซร์ ดู ซาล เผชิญน้ำท่วมหนัก หลังแม่น้ำซาโดเอ่อล้นตลิ่ง ผู้คนต้องลุยน้ำระดับเอว ขณะที่ร้านอาหารและพื้นที่เชิงพาณิชย์หลายแห่งถูกน้ำท่วมจนจมทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องวางกระสอบทรายหน้าบ้านและร้านค้าเพื่อป้องกันความเสียหาย สำหรับพายุเลโอนาร์โดเป็นหนึ่งในพายุฤดูหนาวอย่างน้อยหกลูกที่พัดถล่มโปรตุเกสและสเปนตั้งแต่ต้นปี 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย หลังคาบ้านถูกพายุพัดเสียหาย และเมืองหลายแห่งเผชิญน้ำท่วม
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า น้ำท่วมในยุโรปเกิดถี่ขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้บรรยากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ตัวอย่างเหตุการณ์รุนแรงคืออุทกภัยฉับพลันในแคว้นบาเลนเซียของสเปนเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนถึง 237 คน ล่าสุด ชายวัยราว 70 ปีเสียชีวิตในภูมิภาคอาเลนเตโฌของโปรตุเกส หลังรถถูกกระแสน้ำพัดพาไปบนถนนที่ถูกน้ำท่วมใกล้เขื่อน
พายุเลโอนาร์โดทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในโปรตุเกสและสเปน มีผู้เสียชีวิตและความเสียหายจำนวนมาก โดยเป็นส่วนหนึ่งของพายุหลายลูกที่ถล่มยุโรปตั้งแต่ต้นปี ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าโลกร้อนทำให้น้ำท่วมเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น
- พายุโซนร้อน “เปญา” จ่อถล่ม “ฟิลิปปินส์” 5-7 กพ.นี้
- หิมะถล่ม “ญี่ปุ่น” หนักสุดในรอบหลายทศวรรษ
- โลกร้อนทำคน “ลืมหนาว” พอฤดูหนาวกลับมา ผู้คนอาจไม่คุ้นชิน
- ถอดบทเรียนอุทกภัยปี 54 สู่ปี 68 จุฬาฯ เปิดตัว “ศูนย์กันก่อนท่วม” ยกระดับการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองไทย
- น้ำท่วมใหญ่ “โมซัมบิก” กระทบกว่า 600,000 คน ผู้พลัดถิ่นส่วนใหญ่เป็น “เด็ก”

