
การปลูกกาแฟในหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น หลังการวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า ประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ของโลกกำลังร้อนเกินกว่าจะเหมาะสมต่อการเพาะปลูก อันเป็นผลจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รายงานของClimate Centralระบุว่า 5 ประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ ซึ่งรวมกันคิดเป็นราว 75% ของผลผลิตกาแฟโลก เผชิญ “วันอากาศร้อนที่เป็นอันตรายต่อกาแฟ” เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 57 วัน เมื่อเทียบกับโลกที่ไม่มีมลพิษจากคาร์บอน
หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ“เอธิโอเปีย”แหล่งกำเนิดกาแฟของโลก ซึ่งมีครัวเรือนมากกว่า 4 ล้านครัวเรือนพึ่งพาการปลูกกาแฟเป็นรายได้หลัก กาแฟยังสร้างรายได้จากการส่งออกเกือบ1 ใน 3 ของประเทศ แต่อนาคตกลับไม่แน่นอน
สรุปข่าว
การปลูกกาแฟในหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น หลังการวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า ประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ของโลกกำลังร้อนเกินกว่าจะเหมาะสมต่อการเพาะปลูก อันเป็นผลจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รายงานของClimate Centralระบุว่า 5 ประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ ซึ่งรวมกันคิดเป็นราว 75% ของผลผลิตกาแฟโลก เผชิญ “วันอากาศร้อนที่เป็นอันตรายต่อกาแฟ” เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 57 วัน เมื่อเทียบกับโลกที่ไม่มีมลพิษจากคาร์บอน
หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ“เอธิโอเปีย”แหล่งกำเนิดกาแฟของโลก ซึ่งมีครัวเรือนมากกว่า 4 ล้านครัวเรือนพึ่งพาการปลูกกาแฟเป็นรายได้หลัก กาแฟยังสร้างรายได้จากการส่งออกเกือบ1 ใน 3 ของประเทศ แต่อนาคตกลับไม่แน่นอน
“เดเจเน ดาดี” ผู้จัดการทั่วไปของสหกรณ์เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโอโรเมีย ระบุว่า เกษตรกรในเอธิโอเปียเริ่มเห็นผลกระทบจากคลื่นความร้อนรุนแรงแล้ว
เขาชี้ว่า กาแฟอาราบิกาซึ่งเป็นสายพันธุ์คุณภาพสูง มีความอ่อนไหวต่อแสงแดดโดยตรง หากไม่มีร่มเงาที่เพียงพอ ต้นกาแฟจะให้ผลผลิตลดลง และเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น
กาแฟส่วนใหญ่ของโลกปลูกในพื้นที่ที่เรียกว่า “Bean Belt” ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์และทรอปิกออฟแคปริคอร์น โดยต้องการอุณหภูมิและปริมาณฝนที่เหมาะสม โดยเฉพาะกาแฟอาราบิกาที่จะเริ่มได้รับผลกระทบเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส
การวิเคราะห์ของ Climate Central เปรียบเทียบจำนวนวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาในพื้นที่ปลูกกาแฟ ระหว่างปี 2021–2025 กับโลกสมมติที่ไม่มีภาวะโลกรวน ผลพบว่า“เอลซัลวาดอร์”เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีวันอากาศร้อนที่ทำลายการปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นถึง 99 วัน
ขณะที่“บราซิล”ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งคิดเป็น 37% ของผลผลิตทั้งหมด เผชิญวันอากาศร้อนเกินเกณฑ์เพิ่มขึ้น 70 วัน ส่วนเอธิโอเปียมีเพิ่มขึ้น 34 วัน
อุตสาหกรรมกาแฟโลกซึ่งมีการบริโภคมากถึงราว 2,000 ล้านแก้วต่อวัน กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักWorld Bankระบุว่า ราคากาแฟทั้งสายพันธุ์อาราบิกาและโรบัสตาเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงปี 2023–2025 และในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ราคากาแฟพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แม้เกษตรกรรายย่อยจะเป็นผู้ผลิตกาแฟถึง 60–80% ของโลก แต่กลับได้รับเงินสนับสนุนเพื่อปรับตัวต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศเพียง 0.36% ของงบประมาณที่จำเป็นในปี 2021 นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเตือนว่า หากขาดเงินทุนและนโยบายสนับสนุน เกษตรกรแทบไม่เหลือทางเลือก
“เดเจเน ดาดี” ระบุว่า หากไม่มีความช่วยเหลืออย่างจริงจัง การรักษาความมั่นคงของกาแฟโลกจะเป็นเรื่องยาก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ เร่งดำเนินการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่กาแฟจะกลายเป็นสินค้าที่ปลูกได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
- เจาะลึกใต้แผ่นน้ำแข็งโลก! น้ำทะเลอาจพุ่งสูงเกินคาด โลกเสี่ยงจมเร็วกว่าที่คิด
- อากาศร้อน! เปิดชื่อจังหวัด "อุณหภูมิสูงสุด" พุ่ง 37.5 องศาฯ
- “แอฟริกา” แบกรับหนัก เรียกร้องทั่วโลกช่วยสู้ “โลกร้อน” ชี้ตนปล่อยคาร์บอนแค่ 4%
- ระวัง! ปี 69 อากาศร้อนจัด ปีแห่งความร้อนระอุ โลกเสี่ยงทุบสถิติใหม่
- โลกเสี่ยง “ร้อนสุดขั้ว” ประชากรโลก 41% อาจได้รับผลกระทบภายในปี 2593
