ฝนถล่ม “บราซิล” อ่วม ตกหนักครั้งประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฝนถล่ม “บราซิล” อ่วม ตกหนักครั้งประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ราย

เกิดเหตุฝนตกหนักรุนแรงผิดปกติในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย สูญหายอีกหลาย 10 คน และประชาชนกว่า 400 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ตามรายงานของทางการเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


หน่วยป้องกันภัยพลเรือนและหน่วยดับเพลิงของรัฐระบุว่า ขณะนี้ปฏิบัติการกู้ภัยมุ่งค้นหาผู้สูญหายอย่างน้อย 45 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กหลายราย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ในหลายพื้นที่


เมือง “จุยส์ เดอ ฟอรา” ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทางการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ราย หลังแม่น้ำปาไรบูนาเอ่อล้นตลิ่ง และดินถล่มฝังกลบบ้านเรือนทั้งหลังหลายจุด ด้านนายกเทศมนตรี “มาการิดา ซาโลเมา” ได้ออกประกาศภาวะภัยพิบัติสาธารณะ ระบุว่าสถานการณ์อยู่ในขั้น “รุนแรงอย่างยิ่ง” หลังเมืองแห่งนี้เผชิญ เดือนกุมภาพันธ์ที่มีปริมาณฝนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีฝนสะสมสูงถึง 23 นิ้ว (ประมาณ 584 มิลลิเมตร)


สรุปข่าว

ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ถล่มทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มรุนแรง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย สูญหายหลายสิบคน บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหนัก ทางการประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด หวั่นฝนตกซ้ำเติมสถานการณ์ในหลายรัฐ

เกิดเหตุฝนตกหนักรุนแรงผิดปกติในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย สูญหายอีกหลาย 10 คน และประชาชนกว่า 400 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ตามรายงานของทางการเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


หน่วยป้องกันภัยพลเรือนและหน่วยดับเพลิงของรัฐระบุว่า ขณะนี้ปฏิบัติการกู้ภัยมุ่งค้นหาผู้สูญหายอย่างน้อย 45 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กหลายราย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ในหลายพื้นที่


เมือง “จุยส์ เดอ ฟอรา” ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทางการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ราย หลังแม่น้ำปาไรบูนาเอ่อล้นตลิ่ง และดินถล่มฝังกลบบ้านเรือนทั้งหลังหลายจุด ด้านนายกเทศมนตรี “มาการิดา ซาโลเมา” ได้ออกประกาศภาวะภัยพิบัติสาธารณะ ระบุว่าสถานการณ์อยู่ในขั้น “รุนแรงอย่างยิ่ง” หลังเมืองแห่งนี้เผชิญ เดือนกุมภาพันธ์ที่มีปริมาณฝนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีฝนสะสมสูงถึง 23 นิ้ว (ประมาณ 584 มิลลิเมตร)


ขณะที่เมืองอูบา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 110 กิโลเมตร มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 6 ราย จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว จนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้รับความเสียหาย


ในหลายพื้นที่ ถนนกลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยว บ้านเรือนทั้งย่านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ประชาชนอย่างน้อย 440 คน ต้องอพยพไปพักพิงในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางการจัดตั้งขึ้น


หน่วยดับเพลิงรัฐมินัสเชไรส์ระบุว่า หลังแม่น้ำเอ่อล้น เจ้าหน้าที่ต้องรับแจ้งเหตุฉุกเฉินกว่า 40 ครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งถนนถูกตัดขาด ประชาชนติดค้าง และบ้านเรือนเสียหาย โดยทีมกู้ภัยเฉพาะทางต้องใช้ เครื่องจักรหนักและเรือ เข้าถึงพื้นที่ที่ถูกโคลนถล่ม ขณะที่โรงเรียนในหลายเขตถูกสั่งปิดโดยไม่มีกำหนด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน


ด้านหน่วยงานด้านสภาพอากาศของบราซิลยังคงประกาศ เตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุมหลายรัฐ เนื่องจากแนวปะทะอากาศเย็นที่ยังคงส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยเตือนว่าปริมาณฝนอาจสูงกว่า 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง หรือเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน พร้อมลมกระโชกแรงความเร็ว 60–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในรัฐมินัสเชไรส์ บาเอีย เซาเปาลู รวมถึงเอสปีรีตูซานตูและรีโอเดจาเนโร


สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ระดับการเตือนภัยดังกล่าวจัดอยู่ในขั้น “อันตราย” ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงเพิ่มเติม ทั้งนี้ บราซิลเผชิญเหตุสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters