“วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ” เสี่ยงวิกฤต หลังสหรัฐฯเล็งผ่อนคลาย กฎคุ้มครองวาฬใกล้สูญพันธุ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
“วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ” เสี่ยงวิกฤต หลังสหรัฐฯเล็งผ่อนคลาย  กฎคุ้มครองวาฬใกล้สูญพันธุ์

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาปรับลดมาตรการคุ้มครอง “วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ” ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากที่กำลังเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤต ท่ามกลางความกังวลจากนักอนุรักษ์ว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนกับเรือในทะเล

สำนักงานบริการประมงทางทะเลแห่งชาติของสหรัฐฯ (NMFS) ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาปรับแก้กฎจำกัดความเร็วเรือที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551 โดยกำหนดให้เรือที่มีความยาวตั้งแต่ 65 ฟุตขึ้นไป ต้องเดินเรือด้วยความเร็วไม่เกิน 10 นอตในบางพื้นที่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงการชนวาฬ

สรุปข่าว

“วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ” ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยตัวทั่วโลก อาจเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาผ่อนคลายกฎจำกัดความเร็วเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ใช้ลดการชนวาฬและช่วยปกป้องสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาปรับลดมาตรการคุ้มครอง “วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ” ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากที่กำลังเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤต ท่ามกลางความกังวลจากนักอนุรักษ์ว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนกับเรือในทะเล

สำนักงานบริการประมงทางทะเลแห่งชาติของสหรัฐฯ (NMFS) ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาปรับแก้กฎจำกัดความเร็วเรือที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551 โดยกำหนดให้เรือที่มีความยาวตั้งแต่ 65 ฟุตขึ้นไป ต้องเดินเรือด้วยความเร็วไม่เกิน 10 นอตในบางพื้นที่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงการชนวาฬ

วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือถูกจัดอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต” โดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) หลังจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคาดว่ามีวาฬวัยเจริญพันธุ์เหลือเพียงประมาณ 200–250 ตัว จากกว่า 400 ตัวเมื่อปี 2561

สาเหตุหลักของการลดลงของประชากรวาฬชนิดนี้คือการติดอวนประมงและการชนกับเรือในน่านน้ำชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ โดยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีการบันทึกการตายของวาฬอย่างน้อย 43 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 15 ตัวเกิดจากการชนกับเรือ และ 11 ตัวจากการพันติดเครื่องมือประมง ขณะที่นักวิจัยเชื่อว่าการตายจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากมีการพบซากเพียงบางส่วนเท่านั้น

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเตือนว่าการผ่อนคลายกฎจำกัดความเร็วเรืออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนวาฬ และกระทบต่อความพยายามฟื้นฟูประชากรของสัตว์ทะเลชนิดนี้


ขณะที่หน่วยงานรัฐระบุว่า การปรับแก้กฎดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระด้านกฎระเบียบและผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการเดินเรือ โดยอาจนำมาตรการทางเทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับและหลีกเลี่ยงการชน มาใช้ทดแทน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ระบุว่า ยังไม่มีเทคโนโลยีใดพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่าการจำกัดความเร็วเรือในการลดความเสี่ยงต่อการชนวาฬ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับแก้กฎดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ก่อนที่หน่วยงานจะพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Envato