พระไทยผุดไอเดีย แปรรูปพลาสติกเป็น “น้ำมัน”

Share on Line Share on Facebook Share on X
พระไทยผุดไอเดีย แปรรูปพลาสติกเป็น “น้ำมัน”

ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีตัวอย่างนวัตกรรมจากชุมชนที่ช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อพระสงฆ์ไทยสามารถนำ ขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยลดปริมาณขยะและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นที่ วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี โดยมี พระบุญส่ง ฐานชาโร พระสงฆ์วัย 79 ปี เป็นผู้คิดค้นและพัฒนาแนวทางนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในวัด ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูและบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการดำเนินงาน

 

แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2567 ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท โดยใช้กระบวนการ ไพโรไลซิส (Pyrolysis) หรือการเผาพลาสติกในระบบปิด เพื่อเปลี่ยนพลาสติกให้กลายเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง พลาสติกที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นประเภท PE และ PP ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นพลังงานได้ดี


สรุปข่าว

พระบุญส่ง ฐานชาโร แห่ง “วัดถ้ำกระบอก” คิดค้นนวัตกรรมแปรรูปขยะพลาสติกเป็น “น้ำมัน” เชื้อเพลิง เพื่อลดปัญหาขยะและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของวัด โดยใช้กระบวนการ ไพโรไลซิส (Pyrolysis) เผาพลาสติกในระบบปิด เปลี่ยนเป็นน้ำมันสำหรับใช้กับเครื่องจักรและยานพาหนะภายในวัด โครงการช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน พร้อมช่วยลดขยะและนำทรัพยากรกลับมาช่วยภารกิจบำบัดผู้ติดยาเสพติด

ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีตัวอย่างนวัตกรรมจากชุมชนที่ช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อพระสงฆ์ไทยสามารถนำ ขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยลดปริมาณขยะและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นที่ วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี โดยมี พระบุญส่ง ฐานชาโร พระสงฆ์วัย 79 ปี เป็นผู้คิดค้นและพัฒนาแนวทางนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในวัด ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูและบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการดำเนินงาน

 

แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2567 ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท โดยใช้กระบวนการ ไพโรไลซิส (Pyrolysis) หรือการเผาพลาสติกในระบบปิด เพื่อเปลี่ยนพลาสติกให้กลายเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง พลาสติกที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นประเภท PE และ PP ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นพลังงานได้ดี


ขั้นตอนการผลิตจะนำพลาสติกที่ผ่านการคัดแยกมาเผาที่อุณหภูมิประมาณ 350–500 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ก่อนที่ไอระเหยจะถูกควบแน่นกลายเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรและยานพาหนะภายในวัดได้

 

จากการดำเนินโครงการ ทำให้วัดสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันวัดได้ขยายระบบเตากลั่นให้รองรับขยะพลาสติกได้ครั้งละประมาณ 550 กิโลกรัม และสามารถผลิตน้ำมันสะสมได้มากกว่า 10,000 ลิตร พร้อมมีน้ำมันสำรองอีกหลายพันลิตร


นวัตกรรมแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันของ วัดถ้ำกระบอก ถือเป็นตัวอย่างของการจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์ ที่ช่วยลดทั้งปริมาณขยะและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมนำทรัพยากรที่ประหยัดได้กลับไปช่วยสนับสนุนภารกิจด้านการบำบัดผู้ติดยาเสพติดของวัด ถือเป็นแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Saraburi News