ญี่ปุ่นรีไซเคิล “ผ้าอ้อมใช้แล้ว” มุ่งแก้ปัญหาการจัดการขยะ ท้าทายทัศนคติของผู้บริโภค

Share on Line Share on Facebook Share on X
ญี่ปุ่นรีไซเคิล “ผ้าอ้อมใช้แล้ว” มุ่งแก้ปัญหาการจัดการขยะ ท้าทายทัศนคติของผู้บริโภค

ในแต่ละปีมีขยะผ้าอ้อมจำนวนมหาศาลในญี่ปุ่นถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนปริมาณมากกว่าผ้าอ้อมของเด็กหลายเท่าตัว ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโครงสร้างประชากรในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน บริษัท ยูนิชาร์ม ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาโครงการนำร่องครั้งแรกของโลก ที่มีการนำวัสดุหลักจากผ้าอ้อมใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นผ้าอ้อมใหม่อีกครั้ง

 

ในสังคมของญี่ปุ่นผ้าอ้อมเป็นสินค้าที่ผู้สูงอายุใช้งานมากกว่าเด็ก โดยในปี 2024 มีตัวเลขการผลิตผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่และแผ่นซึมซับมากถึง 9.6 พันล้านชิ้น ขณะที่ตัวเลขการผลิตผ้าอ้อมสำหรับเด็กอยู่ที่ 8 พันล้านชิ้นเท่านั้น และคาดว่าภายในปี 2030 ญี่ปุ่นจะมีขยะผ้าอ้อมใช้แล้วสูงถึง 2.6 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 7.1% ของปริมาณขยะทั้งหมดของประเทศ


สรุปข่าว

“ผ้าอ้อมใช้แล้ว” ถูกมองเป็นของเสียและขยะติดเชื้อที่ยากต่อการจัดการ โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้ใหญ่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ประเทศญี่ปุ่นกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรมรรีไซเคิลผ้าอ้อมใช้แล้ว เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะ และตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความท้าทายจากทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อ “ผ้าอ้อมรีไซเคิล”

ในแต่ละปีมีขยะผ้าอ้อมจำนวนมหาศาลในญี่ปุ่นถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย โดยเฉพาะผ้าอ้อมผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนปริมาณมากกว่าผ้าอ้อมของเด็กหลายเท่าตัว ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโครงสร้างประชากรในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน บริษัท ยูนิชาร์ม ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาโครงการนำร่องครั้งแรกของโลก ที่มีการนำวัสดุหลักจากผ้าอ้อมใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นผ้าอ้อมใหม่อีกครั้ง

 

ในสังคมของญี่ปุ่นผ้าอ้อมเป็นสินค้าที่ผู้สูงอายุใช้งานมากกว่าเด็ก โดยในปี 2024 มีตัวเลขการผลิตผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่และแผ่นซึมซับมากถึง 9.6 พันล้านชิ้น ขณะที่ตัวเลขการผลิตผ้าอ้อมสำหรับเด็กอยู่ที่ 8 พันล้านชิ้นเท่านั้น และคาดว่าภายในปี 2030 ญี่ปุ่นจะมีขยะผ้าอ้อมใช้แล้วสูงถึง 2.6 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 7.1% ของปริมาณขยะทั้งหมดของประเทศ


แนวคิดนี้การรีไซเคิลผ้าอ้อมใช้แล้วจะช่วยลดปริมาณขยะที่มีจุดหมายปลายทางเป็นบ่อฝังกลบขยะ และยังสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ หากสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือสินค้าแบบใช้แล้วทิ้งนำกลับมารีไซเคิลหมุนเวียนใหม่ ให้กลายเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าก็จะช่วยผลักดันการใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลให้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมได้

 

โครงการนี้เริ่มต้นทดลองแล้วในพื้นที่สองเมืองทางตอนใต้ของญี่ปุ่น คือ เมืองชิบูชิ และเมืองโอซากิ ซึ่งมีประชากรรวมกันราว 40,000 คน และเป็นเมืองที่มีอัตราการรีไซเคิลขยะสูงถึง 80% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของญี่ปุ่นถึง 4 เท่า


เมืองชิบาชิและเมืองโอซากิดำเนินนโยบายการจัดการขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 25 ปีก่อน เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าปริมาณขยะจะล้นหลุมฝังกลบของเมืองภายในปี 2004 แต่ปัจจุบันหลุมฝังกลบขยะดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะสามารถใช้งานต่อได้อีก 40 ปี เนื่องจากการจัดการขยะและการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพ

 

ผ้าอ้อมที่ผ่านการใช้แล้วถูกยำกลับเข้าระบบเพื่อรีไซเคิลตั้งแต่ปี 2024 ที่ผ่านมา โดยประชาชนต้องแยกผ้าอ้อมใช้แล้วทิ้งในถุงเฉพาะและต้องเขียนชื่อกำกับที่ถุงเอาไว้ ผ้าอ้อมใช้แล้วทั้งหมดจะถูกนำมาบด และล้าง เพื่อแยกออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เยื่อกระดาษ พลาสติก และสารดูดซับ กระบวนการนี้จะต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยโอโซน การฟอกขาว และการกำจัดกลิ่นเพื่อให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน 

 

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากกระบวนการรีไซเคิลจะมีราคาสูงกว่าสินค้าปกติราว 10% และถูกนำไปใช้งานวงจำกัดเช่นศูนย์ดูแลเด็กเล็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบางแห่ง แต่บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก

 

นอกจากนี้ยังมีการตั้งเป้าการนำระบบรีไซเคิลผ้าอ้อมมาใช้ภายในปี 2030 อย่างน้อยในพื้นที่เทศบาล 100 แห่ง เพื่อรับมือกับปัญหาขยะและสังคมผู้สูงวัยในอนาคต

ที่มาข้อมูล : AFP

ที่มารูปภาพ : Envato

แท็กบทความ

ผ้าอ้อม
รีไซเคิลเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผ้าอ้อมรีไซเคิล
ญี่ปุ่น