ลำปาง-เชียงใหม่ วิกฤต ไฟป่าโหมหนักแถมดับยาก ทำเมืองจมฝุ่น คุณภาพอากาศเลวร้าย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลำปาง-เชียงใหม่ วิกฤต ไฟป่าโหมหนักแถมดับยาก ทำเมืองจมฝุ่น คุณภาพอากาศเลวร้าย

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงชันและเป็นร่องเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปนานกว่า 3 ชั่วโมง อีกทั้งไฟยังลุกลามขึ้นสู่สันเขาม่อนสินคู้ ซึ่งมีความสูงมาก ทำให้การดับไฟทางภาคพื้นดินทำได้ยากลำบาก

 

ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 เข้าปฏิบัติการโปรยน้ำไปแล้ว 12 เที่ยว รวมปริมาณน้ำกว่า 36,000 ลิตร พร้อมประสานขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีก 1 ลำ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ขยายวงกว้างไปยังภูเขาลูกอื่น

สรุปข่าว

สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก GISTDA เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (27มี.ค.) พบจุดความร้อน หรือ Hotspot พุ่งสูงถึง 284 จุด เพิ่มขึ้นจากช่วงเช้า ที่มีเพียง 104 จุด โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว พบมากถึง 42 จุด รองลงมาคืออำเภออมก๋อยและอำเภอฮอด อำเภอละ 30 จุด นอกจากนี้ยังกระจายตัวอยู่ในอีกหลายพื้นที่รวมกว่า 17 อำเภอ

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงชันและเป็นร่องเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปนานกว่า 3 ชั่วโมง อีกทั้งไฟยังลุกลามขึ้นสู่สันเขาม่อนสินคู้ ซึ่งมีความสูงมาก ทำให้การดับไฟทางภาคพื้นดินทำได้ยากลำบาก

 

ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 เข้าปฏิบัติการโปรยน้ำไปแล้ว 12 เที่ยว รวมปริมาณน้ำกว่า 36,000 ลิตร พร้อมประสานขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีก 1 ลำ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ขยายวงกว้างไปยังภูเขาลูกอื่น

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง ไฟได้ลุกลามบริเวณริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม-วังเหนือ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 36 ถึง 39 เขตบ้านห้วยหลวง ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม ความรุนแรงของไฟป่าครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เนื่องจากเปลวไฟที่โหมหนักได้เผาทำลายโคนต้นไม้ใหญ่ริมทางจนหักโค่นลงมาเกี่ยวสายไฟแรงสูงขาด ทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน และบางส่วนของอำเภอวังเหนือ สร้างความเดือดร้อนให้บ้านเรือนและภาคธุรกิจหลายพันหลัง 


นอกจากนี้สายสื่อสารในบริเวณดังกล่าวยังถูกความร้อนจนละลายเสียหายเป็นระยะทางยาว และกลุ่มควันหนาทึบยังปกคลุมถนนจนรถทุกชนิดต้องหยุดวิ่งชั่วคราว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแจ้ห่ม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและกู้ภัย ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน โดยพบพื้นที่ป่าเสียหายไปกว่า 20 ไร่ ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ลักลอบเข้าไปเผาป่าเพื่อหาของป่าจนไฟลุกลามคุมไม่อยู่