
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพภูมิอากาศล่าสุด พบความชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะ "เอลนีโญ" อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและปริมาณฝนตกลดน้อยลงกว่าค่าปกติ
โดยในวันที่ 2 เมษายนนี้ สทนช. เตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปรับเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยวางเป้าหมายการจัดการน้ำล่วงหน้าแบบข้ามปีไปจนถึงปี 2571 เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีทรัพยากรน้ำเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในภาคอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ
สรุปข่าว
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพภูมิอากาศล่าสุด พบความชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะ "เอลนีโญ" อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและปริมาณฝนตกลดน้อยลงกว่าค่าปกติ
โดยในวันที่ 2 เมษายนนี้ สทนช. เตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปรับเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยวางเป้าหมายการจัดการน้ำล่วงหน้าแบบข้ามปีไปจนถึงปี 2571 เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีทรัพยากรน้ำเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในภาคอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบัน ภาพรวมทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 68 ของความจุ โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูแล้งในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ จะมีปริมาณน้ำเหลืออยู่ที่ร้อยละ 50 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการสำรองไว้ใช้ ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง แต่รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำส่วนหนึ่งเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ทดแทนการขาดแคลนพลังงานก๊าซธรรมชาติ (LNG) แต่จะยังคงรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อภาคการเกษตร
ด้าน นาย ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ระบุว่า ปีนี้กรมชลประทาน มีแผนเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 5 ล้านไร่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างทุ่งบางระกำ และพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญในแถบภาคกลาง
สำหรับเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทาน หน่วยงานรัฐยืนยันว่าจะมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะแหล่งปลูกผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะฝนน้อยกว่าปกติ จึงขอให้ เกษตรกรติดตามการพยากรณ์อากาศและแผนการจัดสรรน้ำอย่างใกล้ชิด และเริ่มวางแผนการเพาะปลูกอย่างประหยัดน้ำเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตภัยแล้งที่อาจมีความรุนแรงต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้
- “ซูเปอร์เอลนีโญ” ดันวิกฤตแล้ง–น้ำ–อาหาร ส่อหนักกว่าเดิม
- “สเปน” พายุเทเรซาพัดถล่ม เตือนภัยระดับสีส้ม เพื่อความปลอดภัย
- โลกเดือดลุกเป็นไฟ! “เอลนีโญ” จ่อถล่มซ้ำ วิกฤตน้ำ-อาหารสะเทือนทั้งประเทศ
- ไซโคลน “นาเรลล์” ทวีกำลังแรงใกล้แตะระดับ 5 จ่อถล่ม “ออสเตรเลีย”
- “โลกเดือด” เกินจะอยู่ไหว! งานวิจัยชี้ “อากาศร้อน” เริ่มรุกหนัก คนทั่วโลกเสี่ยงใช้ชีวิตกลางแจ้งไม่ได้
