“เชียงใหม่” ฝุ่น PM2.5 ทำยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจพุ่ง 1.5 เท่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เชียงใหม่” ฝุ่น PM2.5  ทำยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจพุ่ง 1.5 เท่า

เช้าวันนี้ ( 5 เมษายน) ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผลกระทบของฝุ่นละอองต่อสุขภาพสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ ผลกระทบในระยะเฉียบพลัน และ ผลกระทบในระยะยาว โดยในระยะเฉียบพลัน เมื่อค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น ประชาชนสามารถสัมผัสผลกระทบได้ทันที โดยมักมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจและอวัยวะสัมผัสภายนอก เช่น แสบตา เคืองจมูก  

 

สรุปข่าว

วิกฤตฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ ยังน่าห่วง ผลกระทบของฝุ่นละอองมีผลต่อสุขภาพ โดยมีข้อมูลยอดผู้ป่วยโรคเฉียบพลัน ทั้งเลือดกำเดาไหลและทางเดินหายใจ พุ่งสูงถึง 1.5 เท่า

เช้าวันนี้ ( 5 เมษายน) ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผลกระทบของฝุ่นละอองต่อสุขภาพสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ ผลกระทบในระยะเฉียบพลัน และ ผลกระทบในระยะยาว โดยในระยะเฉียบพลัน เมื่อค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น ประชาชนสามารถสัมผัสผลกระทบได้ทันที โดยมักมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจและอวัยวะสัมผัสภายนอก เช่น แสบตา เคืองจมูก  

 

จากสถิติของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝุ่น ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน พบว่ามีผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการ เลือดกำเดาไหลและทางเดินหายใจ เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายตอบสนองต่อมลพิษในอากาศได้อย่างรวดเร็ว  และอีกหนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ ผลกระทบต่อโรคอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาการมักไม่เกิดทันทีหลังสัมผัสฝุ่น PM2.5 แต่จะมี ระยะเวลาแฝง หรือช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มทรุดลงประมาณ 48 ชั่วโมง ถึง 7 วัน หลังจากมีการสัมผัสฝุ่นหนาแน่น