
“นกมาคอว์สีน้ำเงิน-เหลือง” ที่ดูคุ้นตาและเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของนครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล แท้จริงแล้วแทบไม่เคยถูกพบเห็นในธรรมชาติมานานกว่า 200 ปี โดยในศตวรรษที่ 16 นักสำรวจชาวยุโรปได้เขียนบันทึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และนกแก้วสีสันสดใส ก่อนมีการขยายตัวของเมืองเพื่อการทำการเกษตรเชิงพาณิชย์จนเกิดการตัดไม้ทำลายป่าคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัย และการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างหนัก ทำให้พวกมันค่อย ๆ หายไปจากระบบนิเวศ รวมถึงสัตว์ป่าอื่นๆ อีกหลายชนิด แม้หลังจากนั้นจะมีความพยายามในการปลูกป่าทดแทน แต่ก็ไม่สามารถฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสียไปให้กลับคืนมาได้
สรุปข่าว
“นกมาคอว์สีน้ำเงิน-เหลือง” ที่ดูคุ้นตาและเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของนครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล แท้จริงแล้วแทบไม่เคยถูกพบเห็นในธรรมชาติมานานกว่า 200 ปี โดยในศตวรรษที่ 16 นักสำรวจชาวยุโรปได้เขียนบันทึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และนกแก้วสีสันสดใส ก่อนมีการขยายตัวของเมืองเพื่อการทำการเกษตรเชิงพาณิชย์จนเกิดการตัดไม้ทำลายป่าคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัย และการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างหนัก ทำให้พวกมันค่อย ๆ หายไปจากระบบนิเวศ รวมถึงสัตว์ป่าอื่นๆ อีกหลายชนิด แม้หลังจากนั้นจะมีความพยายามในการปลูกป่าทดแทน แต่ก็ไม่สามารถฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสียไปให้กลับคืนมาได้
ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติติจูกา หนึ่งในป่าในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ริเริ่มโครงการ “Refauna” ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง โดยไม่ใช่เพียงแค่ปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังมุ่งแน่นคืนสัตว์สู่ป่าเพื่อให้ธรรมชาติและระบบนิเวศกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยหนึ่งในความพยายามนั้นคือการปล่อย “นกมาคอว์น้ำเงิน-เหลือง” กลับคืนสู่ป่าในระยะแรกจำนวน 4 ตัว เพื่อทดสอบการปรับตัวในธรรมชาติ โดยหลังจากนี้โครงการมีแผนเพิ่มจำนวนนกมาคอว์น้ำเงิน-เหลืองอีก 50 ตัวในอนาคต
แม้ว่าการปล่อยคืนนกมาคอว์น้ำเงิน-เหลือสู่ป่าตามธรรมชาติจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากพวกมันเคยอยู่ในกรงมาก่อน จึงต้องมีการฝึกฝนทั้งการบิน การหาอาหารตามสัญชาตญาณ และการหลีกเลี่ยงมนุษย์ เพื่อให้พวกมันสามารถใช้ชีวิตในธรรมชาติได้อย่างปกติ
การปล่อยนกมาคอว์น้ำเงิน-เหลืองคืนสู่ป่าถือเป็นหนึ่งในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางระบบนิเวศที่เคยขาดหายไป เนื่องจากพวกมันสามารถบินได้หลายสิบกิโลเมตรต่อวัน และจะช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชไปยังพื้นที่ใหม่ ช่วยฟื้นฟูป่าได้ในระยะยาว นอกจากนี้ที่ผ่านมาทางโครงการดำเนินการปล่อยสัตว์หลากหลายชนิดที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติคืนสู่ป่า ไม่ว่าจะเป็น หนูอากูตี เต่าเท้าเหลือง และลิงฮาวเลอร์ ที่มีความสำคัญและมีบทบาทในห่วงโซ่ระบบนิเวศ สะท้อนถึงความหวังและความพยายามของมนุษย์ที่อยากให้ธรรมชาติและระบบนิเวศที่เคยสูญเสียไปกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
- พบรอยเท้า “เสือโคร่ง” โผล่ใกล้หมู่บ้านในเชียงใหม่ คาดหนีไฟป่าข้ามแดนจากเมียนมา
- สิ่งแวดล้อมฟื้นไม่ทัน วิกฤตโลกร้อนซัดระบบนิเวศ ทะเลออสเตรเลียทรุดหนัก
- รู้หรือไม่...สัตว์ป่าช่วยกู้โลก! กักคาร์บอน กันน้ำท่วม ลดไฟป่า ช่วยชะลอวิกฤตโลกร้อน
- “แอฟริกาใต้” ไฟเขียวล่า "แรดดำ ช้าง เสือดาว" จุดกระแสถกเถียงสัตว์ป่าไม่ใช่ถ้วยรางวัลของมนุษย์
- จากภัยพิบัติสู่การสูญพันธุ์ น้ำท่วมแรงขึ้นจากโลกร้อน กำลังฆ่าสัตว์ป่าอย่างช้า ๆ
ที่มาข้อมูล : The Guardian
ที่มารูปภาพ : Envato
