พายุฤดูร้อนมาตอนไหน? เปิดไทม์ไลน์ 16-20 เม.ย. พื้นที่ไหนต้องระวังพายุ-ลูกเห็บ

Share on Line Share on Facebook Share on X
พายุฤดูร้อนมาตอนไหน? เปิดไทม์ไลน์ 16-20 เม.ย. พื้นที่ไหนต้องระวังพายุ-ลูกเห็บ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อนในช่วงกลางเดือนเมษายน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าจะเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทยตอนบน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและภาคการเกษตรในวงกว้าง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 (21/2569) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 16-20 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าในบางพื้นที่

สรุปข่าว

พายุฤดูร้อนช่วง 16-20 เม.ย. 2569 ส่งผลกระทบไทยตอนบน เริ่มจากอีสานและตะวันออก ก่อนลามสู่ภาคกลาง กทม. และเหนือ มีความเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อนในช่วงกลางเดือนเมษายน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าจะเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทยตอนบน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและภาคการเกษตรในวงกว้าง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 (21/2569) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 16-20 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าในบางพื้นที่

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในระยะแรก ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ก่อนที่พายุจะขยายตัวเข้าปกคลุมภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคเหนือในระยะถัดไป

สาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าว มาจากมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีกำลังแรงขึ้น ขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จึงเอื้อต่อการก่อตัวของพายุฤดูร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากลมแรงและฟ้าผ่า

ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรควรเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผลและพืชผลทางการเกษตร รวมถึงจัดการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสียหายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางให้ปลอดภัยในช่วงเวลาดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์