ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซินลากู” พายุแรงที่สุดของปี 69 ซัดเกาะกวม-มาเรียนาเหนือพังยับ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซินลากู” พายุแรงที่สุดของปี 69  ซัดเกาะกวม-มาเรียนาเหนือพังยับ

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซินลากู” พายุที่มีความรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งของปีนี้ พัดถล่มหมู่เกาะมาเรียนาเหนือและเกาะกวม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

รายงานจาก AccuWeather ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นซินลากูขึ้นฝั่งบริเวณหมู่เกาะมาเรียนาเหนือเมื่อช่วงค่ำวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น โดยมีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 4 ถือเป็นพายุที่อันตรายอย่างยิ่งและมีศักยภาพก่อความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่ของภูมิภาคนี้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ เกาะทิเนียนและไซปัน ซึ่งเผชิญทั้งลมแรงและฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยที่สนามบินนานาชาติไซปันตรวจวัดความเร็วลมกระโชกสูงสุดได้ถึง 130 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันอังคาร

สรุปข่าว

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซินลากู” พัดขึ้นฝั่งนอกฤดูกาลปกติในช่วงกลางเดือนเมษายน สร้างความประหลาดใจให้ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนถล่มหมู่เกาะมาเรียนาเหนือและเกาะกวมอย่างรุนแรง ด้วยกำลังลมเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 4 ก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง ขณะที่ระบบสื่อสารล่มในหลายพื้นที่ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นทั่วโลก

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซินลากู” พายุที่มีความรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งของปีนี้ พัดถล่มหมู่เกาะมาเรียนาเหนือและเกาะกวม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

รายงานจาก AccuWeather ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นซินลากูขึ้นฝั่งบริเวณหมู่เกาะมาเรียนาเหนือเมื่อช่วงค่ำวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น โดยมีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 4 ถือเป็นพายุที่อันตรายอย่างยิ่งและมีศักยภาพก่อความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่ของภูมิภาคนี้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ เกาะทิเนียนและไซปัน ซึ่งเผชิญทั้งลมแรงและฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยที่สนามบินนานาชาติไซปันตรวจวัดความเร็วลมกระโชกสูงสุดได้ถึง 130 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันอังคาร

ขณะที่ทางตอนใต้ที่เกาะกวม สนามบินนานาชาติกวมรายงานลมกระโชกสูงสุด 84 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสถานีตรวจอากาศในบางพื้นที่ของไซปันและทิเนียนไม่สามารถรายงานข้อมูลได้อีก สะท้อนถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน

หน่วยงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Weather Service) ระบุว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมในกวมอยู่ในระดับ “โกลาหล” ขณะที่บริษัทโทรคมนาคมรายงานว่า เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือราวครึ่งหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ ณ ช่วงเช้าวันพุธ

ทั้งนี้ โดยปกติฤดูพายุไต้ฝุ่นของเกาะกวมจะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน แต่พายุเขตร้อนสามารถเกิดขึ้นและส่งผลกระทบได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม การเกิดพายุรุนแรงในช่วงเดือนเมษายนถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

นักพยากรณ์อากาศของ AccuWeather ระบุว่า หากย้อนกลับไปในอดีต ต้องย้อนไปถึงปี 1989 กับซูเปอร์ไต้ฝุ่น “แอนดี” จึงจะพบพายุที่มีความรุนแรงระดับใกล้เคียงกันพัดผ่านใกล้กวมในช่วงเดือนเมษายน และแม้ในปี 1997 และ 2003 จะมีพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้กวมในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงเหมือนกรณีของ “ซินลากู” ในครั้งนี้

สถานการณ์ล่าสุดยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบเพิ่มเติม ทั้งจากน้ำท่วม ดินถล่ม และความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นเร่งประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน 

ส่วนทิศทางของพายุล่าสุด จะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเล และอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ โดยยังไม่มีแนวโน้มขึ้นฝั่งที่ไหน และพายุลูกนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย


ภาพ: NOAA/RAMMB/Colorado State University

ที่มา: Accuweather

_____

#TNNEARTH #โลกร้อน #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #ภาวะโลกร้อน #เอลนีโญ #ภัยพิบัติ #โลกเดือด

ที่มาข้อมูล : Accuweather

ที่มารูปภาพ : NOAA/RAMMB/Colorado State University