อุตุฯ โลกเตือน “เอลนีโญ” อาจมาเร็วกว่าที่คิด โลกเสี่ยงเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วอีกครั้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
อุตุฯ โลกเตือน “เอลนีโญ” อาจมาเร็วกว่าที่คิด โลกเสี่ยงเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วอีกครั้ง

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อาจก่อตัวเร็วที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้ เนื่องจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกมีการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะก่อตัวขึ้นแม้ว่าช่วงต้นปียังคงอยู่ในภาวะเป็นกลางก็ตาม โดยข้อมูลจากแบบจำลองสภาพอากาศจากหลายแหล่งพบว่าแนวโน้มการเกิดเอลนีโญจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงเดือนถัดไป

 

โดยปกติแล้วภาวะเป็นกลางจะกินเวลาประมาณ 3-6 เดือนก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอลนีโญ เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้เส้นศูนย์สูตรเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่า โลกเข้าสู่ภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และมีแนวโน้มพัฒนาเป็นเอลนีโญเร็วสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และจะเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนในช่วงกลางปีเป็นต้นไป


สรุปข่าว

อุตุฯ โลกคาด “เอลนีโญ” ก่อตัวเร็วกว่าที่คิด อาจเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิโลกและรูปแบบฝนทั่วในหลายพื้นที่ทั่วโลกแปรปรวน และทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้เสี่ยงเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ขณะที่ฝั่งทวีปเอเชียใต้ และออสเตรเลียต้องเผชิญกับภัยแล้งที่รุนแรงมากกว่าเดิม

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อาจก่อตัวเร็วที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้ เนื่องจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกมีการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะก่อตัวขึ้นแม้ว่าช่วงต้นปียังคงอยู่ในภาวะเป็นกลางก็ตาม โดยข้อมูลจากแบบจำลองสภาพอากาศจากหลายแหล่งพบว่าแนวโน้มการเกิดเอลนีโญจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงเดือนถัดไป

 

โดยปกติแล้วภาวะเป็นกลางจะกินเวลาประมาณ 3-6 เดือนก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอลนีโญ เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้เส้นศูนย์สูตรเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่า โลกเข้าสู่ภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และมีแนวโน้มพัฒนาเป็นเอลนีโญเร็วสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และจะเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนในช่วงกลางปีเป็นต้นไป


ปรากฏการณ์เอลนีโญสามารถเปลี่ยนรูปแบบฝนและฤดูกาลในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้และพื้นที่บางส่วนของสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมมากผิดปกติ แต่ขณะเดียวกัน หลายประเทศในทวีปเอเชีย และออสเตรเลียต้องเผชิญกับภัยแล้งที่รุนแรง โดยเฉพาะเมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นจนอาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่ถูกบันทึกไว้ หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงมากขึ้น ฤดูฝนแปรปรวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวงจรอาหารมากกว่าที่เคยมีมา


โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น ส่งผลเสียต่อพืชผลทางการเกษตร การทำปศุสัตว์ การทำประมง คุกคามคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Envato