“เมาแล้วขับ = หมดอนาคต” ทำไมดาราเกาหลีที่เมาแล้วขับถึงถูกสังคมลงโทษรุนแรง?

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เมาแล้วขับ = หมดอนาคต” ทำไมดาราเกาหลีที่เมาแล้วขับถึงถูกสังคมลงโทษรุนแรง?

ในหลายประเทศการเมาแล้วขับอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ หรือก็คงเป็นความผิดที่ให้อภัยได้  แต่ไม่ใช่ในเกาหลี โดยเฉพาะถ้าการเมาแล้วขับเกิดขึ้นกับคนในวงการบันเทิง 

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีจุดยืนต่อต้านการเมาแล้วขับอย่างชัดเจน  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็อย่างกรณีของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิมแซรน  ที่ได้รับผลกระทบจากการเมาแล้วขับอย่างรุนแรง  เธอขับรถชนเสาไฟฟ้าส่งผลให้ไฟฟ้าในพื้นที่บางส่วนดับ  แม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นจะไม่ทำให้ใครได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นั้นก็เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล  

แม้เธอจะเขียนจดหมายขอโทษและแสดงความสำนึกผิดพร้อมรับโทษทางกฎหมายแล้วก็ตาม แต่เธอก็ถูกถอดออกจากงานในวงการรวมถึงต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการทำงานพาร์ทไทม์แทน

 เมาแล้วขับไม่ใช่ "ความผิดเล็กน้อย" แต่เป็น "อาชญากรรม"

ในอดีตการเมาแล้วขับในวงการบันเทิงเกาหลีถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ถูกมองว่าเป็นความผิดร้ายแรง  แม้แต่ดาราชื่อดังในช่วงทศวรรษ 2000  หรือก่อนหน้านั้นหลายคนก็มีประวัติเมาแล้วขับกันมาแล้ว  แต่ก็ไม่ได้รับโทษหนัก ๆ มีแค่การตักเตือนกันเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็สามารถกลับเข้าสู่วงการได้อีกครั้ง  

อย่างเช่นกรณีของ อีจองแจ  นักแสดงนำจากซีรีส์ดัง Squid Game เขาเคยมีประวัติเมาแล้วขับถึงสองครั้งในช่วงปี 1999 และ 2002 แต่ก็สามารถกลับเข้าสู่วงการได้ในเวลาไม่นาน และปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นนักแสดงแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ

นักวิชาการของเกาหลีมองว่าทัศนคติดต่อการเมาแล้วขับของคนเกาหลีเริ่มเปลี่ยนไป หลังเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อปี  2018 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ยุนชังโฮ ทหารหนุ่มที่เสียชีวิตจากการถูกคนเมาแล้วขับพุ่งชนที่ปูซาน เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้คนเกาหลีและทำให้สังคมเริ่มตื่นตัวพร้อมผลักดันกฎหมาย "ยุนชังโฮ" เพื่อขอเพิ่มโทษในคดีเมาแล้วขับ 

 จากนั้นมาสายตาของคนเกาหลี การเมาแล้วขับคือ อาชญากรรมที่อาจฆ่าคนได้  ความคิดนี้ฝังลึกอยู่ในสังคมและมีผลต่อทัศนคติที่มีต่อการเมาแล้วขับ โดยเฉพาะเมื่อเกิดกับคนในวงการบันเทิง เพราะเชื่อว่าเมื่อได้เป็นบุคคลสาธารณะแล้วก็จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย  


 


สรุปข่าว

ในเกาหลีเมาแล้วขับไม่ใช่แค่ความผิดทางกฎหมาย แต่คือตราบาปทางสังคมที่อาจทำให้คนดังหมดอนาคต แม้ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ในหลายประเทศการเมาแล้วขับอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ หรือก็คงเป็นความผิดที่ให้อภัยได้  แต่ไม่ใช่ในเกาหลี โดยเฉพาะถ้าการเมาแล้วขับเกิดขึ้นกับคนในวงการบันเทิง 

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีจุดยืนต่อต้านการเมาแล้วขับอย่างชัดเจน  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็อย่างกรณีของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ คิมแซรน  ที่ได้รับผลกระทบจากการเมาแล้วขับอย่างรุนแรง  เธอขับรถชนเสาไฟฟ้าส่งผลให้ไฟฟ้าในพื้นที่บางส่วนดับ  แม้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นจะไม่ทำให้ใครได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นั้นก็เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล  

แม้เธอจะเขียนจดหมายขอโทษและแสดงความสำนึกผิดพร้อมรับโทษทางกฎหมายแล้วก็ตาม แต่เธอก็ถูกถอดออกจากงานในวงการรวมถึงต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการทำงานพาร์ทไทม์แทน

 เมาแล้วขับไม่ใช่ "ความผิดเล็กน้อย" แต่เป็น "อาชญากรรม"

ในอดีตการเมาแล้วขับในวงการบันเทิงเกาหลีถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ถูกมองว่าเป็นความผิดร้ายแรง  แม้แต่ดาราชื่อดังในช่วงทศวรรษ 2000  หรือก่อนหน้านั้นหลายคนก็มีประวัติเมาแล้วขับกันมาแล้ว  แต่ก็ไม่ได้รับโทษหนัก ๆ มีแค่การตักเตือนกันเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็สามารถกลับเข้าสู่วงการได้อีกครั้ง  

อย่างเช่นกรณีของ อีจองแจ  นักแสดงนำจากซีรีส์ดัง Squid Game เขาเคยมีประวัติเมาแล้วขับถึงสองครั้งในช่วงปี 1999 และ 2002 แต่ก็สามารถกลับเข้าสู่วงการได้ในเวลาไม่นาน และปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นนักแสดงแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ

นักวิชาการของเกาหลีมองว่าทัศนคติดต่อการเมาแล้วขับของคนเกาหลีเริ่มเปลี่ยนไป หลังเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อปี  2018 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ยุนชังโฮ ทหารหนุ่มที่เสียชีวิตจากการถูกคนเมาแล้วขับพุ่งชนที่ปูซาน เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้คนเกาหลีและทำให้สังคมเริ่มตื่นตัวพร้อมผลักดันกฎหมาย "ยุนชังโฮ" เพื่อขอเพิ่มโทษในคดีเมาแล้วขับ 

 จากนั้นมาสายตาของคนเกาหลี การเมาแล้วขับคือ อาชญากรรมที่อาจฆ่าคนได้  ความคิดนี้ฝังลึกอยู่ในสังคมและมีผลต่อทัศนคติที่มีต่อการเมาแล้วขับ โดยเฉพาะเมื่อเกิดกับคนในวงการบันเทิง เพราะเชื่อว่าเมื่อได้เป็นบุคคลสาธารณะแล้วก็จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย  


 


ผลกระทบจากการ "เมาแล้วขับ" 

ปัจจุบันนี้คนดังหลายคนที่เคยเมาแล้วขับจนต้องเจอกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง  เช่นกรณีของ "ลิซซี่"   อดีตสมาชิก After School เธอขับรถชนแท็กซี่ในปี 2021 แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก็ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ถึงขั้นต้องหยุดงานในวงการบันเทิงมาจนถึงปัจจุบันนี้  "อิมยองมิน" อดีตสมาชิก AB6IX  หลังจากเกิดคดีเมาแล้วขับก็ถอนตัวออกจากวงทันที   

รวมถึงกรณีของ "SUGA" สมาชิกวง BTS หลังจากเขาประสบอุบัติเหตุตกจากการขับรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขณะมึนเมาที่หน้าบ้าน ตำรวจก็ดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับในลักษณะเดียวกับการขับรถยนต์   เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับความเสียหาย และหลังจากเกิดเหตุ SUGA ก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและเขียนจดหมายขอโทษทันที   แต่เขาก็เผชิญกับข่าวเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่องและถูกวิจารณ์อย่างหนัก บางกลุ่มถึงกับส่งพวงหรีดเรียกร้องให้ออกจากวง   

" style="height: 708px;">

 


ดาบสองคมของกระแสต่อต้านที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรม

อีซอนคยุน

ภาพจาก : kstar.kbs.co.kr

อีกสาเหตุที่ทำข่าวฉาวของคนดังเกาหลีนั้นถูกสังคมเกาหลีต่อต้านหนักกว่าประเทศอื่น ๆ   นักวิชาการเกาหลีมองว่าอาจเป็นเพราะสังคมเกาหลีมองความเป็นไอดอลต่างจากแฟนคลับต่างชาติ  ในหลายประเทศมองว่าดาราก็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่อาจทำผิดพลาดได้  แต่ในเกาหลีดาราเป็นเหมือนสมบัติที่ควรแก่การถูกยกย่องและต้องสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน  ทำให้บางส่วนมีความกังวลว่ากระแสต่อต้านที่รุนแรงของสังคมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเหล่าคนดัง ซึ่งในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ นักแสดง อีซอนคยุน นักแสดงดังที่เสียชีวิตจากความเครียดในการสอบสวนคดียาเสพติด  กรณีคิมแซรนที่จากไปหลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคมกรณีเมาแล้วขับแม้ว่าเธอจะได้รับโทษทางกฏหมายแล้วก็ตาม และโศกนาฏกรรมนี้ก็ไม่ได้จบที่คิมแซรน  เพราะล่าสุดนี้ก็ยังมีกรณีของ ซงยองกยู ที่เลือกจบชีวิตหลังถูกพักงานและเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคอมเมนต์แง่ร้ายจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ 

เพราะสิ่งร้ายแรงกว่าคือโทษทางสังคมที่ไม่มีใครรู้เลยว่าจะสิ้นสุดลงตอนไหน   

ที่มาข้อมูล : bbc, koreajoongangdaily, koreatimes

ที่มารูปภาพ : ron_sae, management_koo ,Pledis Entertainment

sticky-bar-top