“นุ่น รมิดา – หลุยส์ สก๊อต” แถลงเปิดใจทั้งน้ำตาสูญเสียครั้งใหญ่ ทีมแพทย์ชี้แจงสาเหตุ "มดลูกแตก"

Share on Line Share on Facebook Share on X
“นุ่น รมิดา – หลุยส์ สก๊อต” แถลงเปิดใจทั้งน้ำตาสูญเสียครั้งใหญ่ ทีมแพทย์ชี้แจงสาเหตุ "มดลูกแตก"

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย สำหรับการตั้งโต๊ะแถลงข่าวของนักแสดงสาว นุ่น – รมิดา ประภาสโนบล และสามี หลุยส์ สก๊อต หลังจากทั้งคู่ส่งหมายเชิญสื่อมวลชนเพื่ออัปเดตเรื่องการสูญเสีย ณ ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6 โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

การแถลงข่าวครั้งนี้ มีทีมแพทย์ผู้ดูแลร่วมให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ได้แก่ พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS Clinic Bangkok เพื่อชี้แจงสาเหตุทางการแพทย์อย่างละเอียด และป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม

ทีมแพทย์ยืนยัน ฝากครรภ์ตามเกณฑ์ – เฝ้าระวังความเสี่ยงตลอด

นพ.ณัฏฐ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นแพทย์ที่ดูแลนุ่นมาตั้งแต่ช่วงเริ่มฝากครรภ์ ซึ่งตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ นุ่นปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด มาตรวจตามนัดสม่ำเสมอ โดยมีหลุยส์คอยอยู่เคียงข้างตลอด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก และผลการประเมินต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม นุ่นมีประวัติการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทั้งทีมแพทย์และครอบครัวรับทราบและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ได้มีการติดตามอาการถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ ทั้งการประเมินการเจริญเติบโตของทารก การบีบตัวของมดลูก และวางแผนการคลอดร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ล่วงหน้าแล้ว

นาทีชีวิต! เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด – มดลูกแตก เลือดออกในช่องท้อง

จนกระทั่งวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ขณะอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง จนเกือบหมดสติ หลุยส์จึงรีบประสานแพทย์ทันที และมีการส่งรถพยาบาลรับตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

พญ.ปานวาด เล่าว่า เมื่อทีมฉุกเฉินแจ้งอาการ พบว่านุ่นมีความดันโลหิตต่ำมาก หัวใจเต้นเร็ว และหายใจเร็ว เนื่องจากมีประวัติการผ่าตัดมดลูกมาก่อน จึงสงสัยภาวะมดลูกแตก และตัดสินใจผ่าตัดฉุกเฉินทันที

ผลการตรวจพบว่า มีเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมาก และพบแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียเลือดอย่างรุนแรง ทีมแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อหยุดเลือดและรักษาชีวิตคุณแม่เป็นอันดับแรก แม้จะไม่พบสัญญาณชีพของทารกแล้วก็ตาม

หลังการผ่าตัด นุ่นต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู เนื่องจากเสียเลือดจำนวนมาก และมีภาวะน้ำท่วมปอด ไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ทันที ใช้เวลารักษาในไอซียูประมาณ 4 วัน และพักฟื้นรวมทั้งสิ้น 6 วันก่อนอาการจะคงที่

“มันเหมือนแจ็กพอตที่มาเกิดกับเรา” นุ่นเปิดใจทั้งน้ำตา

นุ่น รมิดา เปิดใจด้วยน้ำตา โดยมีหลุยส์นั่งเคียงข้างไม่ห่าง เผยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากภาวะมดลูกแตก ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบได้น้อยมาก และไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเกินไป

“นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ มันผ่านมาแล้ว นุ่นเศร้ามาพอแล้ว ที่ออกมาแถลงเพราะอยากให้ทุกคนทราบความจริง มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคน มันเหมือนแจ็กพอตที่มาเกิดกับเรา”

เธอยังยอมรับว่า นาทีวิกฤตที่สุดคือความกลัวว่าจะสูญเสียทั้งชีวิตของตัวเองและลูก รวมถึงความรู้สึกของหลุยส์ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเสียคนที่รักไปพร้อมกันถึงสองคน

ยังไม่หมดหวัง แต่ขอโฟกัสที่สุขภาพก่อน

สำหรับอนาคตเรื่องการมีทายาท นุ่นเผยว่ายังไม่สามารถให้คำตอบได้ในตอนนี้ เนื่องจากร่างกายยังต้องการเวลาในการฟื้นฟูจากการเสียเลือดจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ได้หมดหวัง เพียงขอโฟกัสการดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอันดับแรก

ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “นุ่นว่าเราต้องไปต่อ และจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิมค่ะ” พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ และสื่อมวลชน ที่ส่งมาให้ตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

สรุปข่าว

เปิดใจด้วยความเข้มแข็ง “นุ่น รมิดา” ควงสามี “หลุยส์ สก๊อต” แถลงข่าวอัปเดตอาการและการสูญเสียครั้งใหญ่ หลังเฝ้ารอทายาทมานานกว่า 6 ปี โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงสาเหตุทางการแพทย์อย่างละเอียด ย้ำเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ยาก พร้อมส่งกำลังใจให้ทั้งคู่ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย สำหรับการตั้งโต๊ะแถลงข่าวของนักแสดงสาว นุ่น – รมิดา ประภาสโนบล และสามี หลุยส์ สก๊อต หลังจากทั้งคู่ส่งหมายเชิญสื่อมวลชนเพื่ออัปเดตเรื่องการสูญเสีย ณ ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6 โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

การแถลงข่าวครั้งนี้ มีทีมแพทย์ผู้ดูแลร่วมให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ได้แก่ พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS Clinic Bangkok เพื่อชี้แจงสาเหตุทางการแพทย์อย่างละเอียด และป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม

ทีมแพทย์ยืนยัน ฝากครรภ์ตามเกณฑ์ – เฝ้าระวังความเสี่ยงตลอด

นพ.ณัฏฐ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นแพทย์ที่ดูแลนุ่นมาตั้งแต่ช่วงเริ่มฝากครรภ์ ซึ่งตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ นุ่นปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด มาตรวจตามนัดสม่ำเสมอ โดยมีหลุยส์คอยอยู่เคียงข้างตลอด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก และผลการประเมินต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม นุ่นมีประวัติการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทั้งทีมแพทย์และครอบครัวรับทราบและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ได้มีการติดตามอาการถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ ทั้งการประเมินการเจริญเติบโตของทารก การบีบตัวของมดลูก และวางแผนการคลอดร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ล่วงหน้าแล้ว

นาทีชีวิต! เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด – มดลูกแตก เลือดออกในช่องท้อง

จนกระทั่งวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ขณะอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง จนเกือบหมดสติ หลุยส์จึงรีบประสานแพทย์ทันที และมีการส่งรถพยาบาลรับตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

พญ.ปานวาด เล่าว่า เมื่อทีมฉุกเฉินแจ้งอาการ พบว่านุ่นมีความดันโลหิตต่ำมาก หัวใจเต้นเร็ว และหายใจเร็ว เนื่องจากมีประวัติการผ่าตัดมดลูกมาก่อน จึงสงสัยภาวะมดลูกแตก และตัดสินใจผ่าตัดฉุกเฉินทันที

ผลการตรวจพบว่า มีเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมาก และพบแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียเลือดอย่างรุนแรง ทีมแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อหยุดเลือดและรักษาชีวิตคุณแม่เป็นอันดับแรก แม้จะไม่พบสัญญาณชีพของทารกแล้วก็ตาม

หลังการผ่าตัด นุ่นต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู เนื่องจากเสียเลือดจำนวนมาก และมีภาวะน้ำท่วมปอด ไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ทันที ใช้เวลารักษาในไอซียูประมาณ 4 วัน และพักฟื้นรวมทั้งสิ้น 6 วันก่อนอาการจะคงที่

“มันเหมือนแจ็กพอตที่มาเกิดกับเรา” นุ่นเปิดใจทั้งน้ำตา

นุ่น รมิดา เปิดใจด้วยน้ำตา โดยมีหลุยส์นั่งเคียงข้างไม่ห่าง เผยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากภาวะมดลูกแตก ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบได้น้อยมาก และไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเกินไป

“นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ มันผ่านมาแล้ว นุ่นเศร้ามาพอแล้ว ที่ออกมาแถลงเพราะอยากให้ทุกคนทราบความจริง มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคน มันเหมือนแจ็กพอตที่มาเกิดกับเรา”

เธอยังยอมรับว่า นาทีวิกฤตที่สุดคือความกลัวว่าจะสูญเสียทั้งชีวิตของตัวเองและลูก รวมถึงความรู้สึกของหลุยส์ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเสียคนที่รักไปพร้อมกันถึงสองคน

ยังไม่หมดหวัง แต่ขอโฟกัสที่สุขภาพก่อน

สำหรับอนาคตเรื่องการมีทายาท นุ่นเผยว่ายังไม่สามารถให้คำตอบได้ในตอนนี้ เนื่องจากร่างกายยังต้องการเวลาในการฟื้นฟูจากการเสียเลือดจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ได้หมดหวัง เพียงขอโฟกัสการดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอันดับแรก

ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “นุ่นว่าเราต้องไปต่อ และจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิมค่ะ” พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ และสื่อมวลชน ที่ส่งมาให้ตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top