“Bangkok City” ปลุกสไบทั้งแผ่นดิน "กระแต" แก้บนใหญ่ 100 นางรำ หลังเพลงไวรัลไกลถึงต่างชาติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Bangkok City” ปลุกสไบทั้งแผ่นดิน "กระแต" แก้บนใหญ่ 100 นางรำ หลังเพลงไวรัลไกลถึงต่างชาติ

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าโลกโซเชียลอย่างแท้จริง เมื่อแผ่นเสียงเพลง “Bangkok City” ของลูกทุ่งสาวพลังไฟ กระแต อาร์สยาม กลับมาทวงพื้นที่ความฮิตบน TikTok และ Instagram แบบหยุดไม่อยู่ จนจุดกระแส “ห่มสไบ-นุ่งยีนส์” ให้ดารา อินฟลูเอนเซอร์ และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศลุกขึ้นมามิกซ์แอนด์แมตช์วัฒนธรรมไทยในแบบร่วมสมัย ก่อนจะลามไกลไปถึงต่างแดน กลายเป็น Soft Power ที่โลกหันมามอง

ล่าสุด กระแตเดินทางไปยัง Vintage Vespa Thailand ย่านทรงวาด จัดพิธีรำถวายแก้บนครั้งใหญ่ ด้วยนางรำกว่า 100 ชีวิต หลังคำอธิษฐานที่ตั้งใจไว้สำเร็จเกินคาด พร้อมเปิดใจเคลียร์ทุกดราม่าที่ตามมาแบบตรงไปตรงมา

กระแตเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เพลง Bangkok City ไวรัลแรงมากจนเห็นคนไทยหันมาใส่สไบกันทั่วประเทศ ทำให้เธอย้อนนึกถึงวันที่เคยมาถ่ายคอนเทนต์เต้นหน้าต้นโพธิ์ และได้ทราบจากเจ้าของสถานที่ว่า “พ่อปู่ชอบนางรำ” จึงตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า หากเพลงนี้สามารถเป็น Soft Power ได้จริง จะนำนางรำ 100 คนมาถวาย ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่ตั้งใจกลับมาทำให้สำเร็จ พร้อมชวนทุกคนที่กำลังทำคอนเทนต์ Bangkok City มาร่วมใส่ชุดไทย สร้างภาพความงดงามของวัฒนธรรมไทยไปด้วยกัน

สิ่งที่ทำให้กระแตตื้นตันใจที่สุด คือการได้เห็นเพลงนี้ไปไกลถึงต่างประเทศ ชาวต่างชาติหันมาใส่สไบ เล่นแผ่นเสียง Bangkok City และเห็นภาพความสวยงามของประเทศไทยผ่านคอนเทนต์ของคนไทย เธอเปรียบเทียบว่า เหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเปิดเพลงประจำเมืองนั้น ๆ วันนี้ต่างชาติที่มาเมืองไทยก็เปิด Bangkok City และได้เห็นเสน่ห์บ้านเราอย่างแท้จริง

แม้ชื่อเพลงอาจดูเสี่ยงในตอนแรก เพราะเป็นชื่อเมืองตรง ๆ แต่กระแตยอมรับว่าเธอทำด้วยหัวใจล้วน ๆ ตั้งใจสื่อสารความเป็นไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอพยายามใส่มาโดยตลอด ตั้งแต่อัลบั้มแรก “เปิดใจสาวแต” การหยิบอัตลักษณ์ชาติพันธุ์เหนือ เพลง “เมรี” ที่นำท่ารำมาประยุกต์ จนมาถึง Bangkok City ที่อัดแน่นด้วยดนตรีไทย วัฒนธรรม และตัวตนความเป็นไทยแบบจัดเต็ม

กระแส “ห่มสไบ-นุ่งยีนส์” แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าดูไม่เหมาะสม แต่กระแตมองว่าเป็นเรื่องของมุมมอง เธอดีใจที่อย่างน้อยผ้าไทยไม่ได้ถูกพับเก็บอยู่ในตู้ และสามารถถูกหยิบมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย ซึ่งช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงผ้าไทยมากขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึง คือเรื่องแหล่งที่มาของผ้า กระแตยอมรับว่าเข้าใจความรู้สึกของช่างทอไทยที่น้อยใจ และอยากสนับสนุนผ้าไทยจากฝีมือคนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า หากใครมีโอกาสเลือกใช้ผ้าไทยแท้ ก็อยากให้ช่วยกันอุดหนุน เพื่อให้ Soft Power นี้เติบโตอย่างยั่งยืน

แม้โปรเจกต์ Bangkok City จะเป็นการลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่มีผู้ใหญ่หรือสปอนเซอร์หนุนหลัง แต่กระแตยังคงเชื่อมั่นว่า หากได้แรงสนับสนุนในอนาคต เธอพร้อมยกระดับ Soft Power ไทยให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ โดยขณะนี้มีโปรเจกต์เพลงใหม่เตรียมปล่อยช่วงสงกรานต์ ที่จะขยายภาพความงดงามของประเทศไทยให้ครบทั้งวัฒนธรรม ผู้คน อาหาร เสน่ห์ และความสนุกของบ้านเมือง

สุดท้าย กระแตฝากขอบคุณทุกคนที่ร่วมพลังผลักดันเพลง Bangkok City และวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาโลก พร้อมหวังว่า “สไบไทย” จะกลายเป็นคัลเจอร์ที่อยู่กับคนไทยไปอีกนาน และเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่โลกต้องหลงรัก

สรุปข่าว

จากเพลงสู่ปรากฏการณ์ระดับเอเชีย “Bangkok City” ปลุกกระแสสไบไทย กระแต อาร์สยาม แก้บนใหญ่ 100 นางรำ ย้ำชัด Soft Power ไทยยังไปได้ไกลกว่านี้

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าโลกโซเชียลอย่างแท้จริง เมื่อแผ่นเสียงเพลง “Bangkok City” ของลูกทุ่งสาวพลังไฟ กระแต อาร์สยาม กลับมาทวงพื้นที่ความฮิตบน TikTok และ Instagram แบบหยุดไม่อยู่ จนจุดกระแส “ห่มสไบ-นุ่งยีนส์” ให้ดารา อินฟลูเอนเซอร์ และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศลุกขึ้นมามิกซ์แอนด์แมตช์วัฒนธรรมไทยในแบบร่วมสมัย ก่อนจะลามไกลไปถึงต่างแดน กลายเป็น Soft Power ที่โลกหันมามอง

ล่าสุด กระแตเดินทางไปยัง Vintage Vespa Thailand ย่านทรงวาด จัดพิธีรำถวายแก้บนครั้งใหญ่ ด้วยนางรำกว่า 100 ชีวิต หลังคำอธิษฐานที่ตั้งใจไว้สำเร็จเกินคาด พร้อมเปิดใจเคลียร์ทุกดราม่าที่ตามมาแบบตรงไปตรงมา

กระแตเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เพลง Bangkok City ไวรัลแรงมากจนเห็นคนไทยหันมาใส่สไบกันทั่วประเทศ ทำให้เธอย้อนนึกถึงวันที่เคยมาถ่ายคอนเทนต์เต้นหน้าต้นโพธิ์ และได้ทราบจากเจ้าของสถานที่ว่า “พ่อปู่ชอบนางรำ” จึงตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า หากเพลงนี้สามารถเป็น Soft Power ได้จริง จะนำนางรำ 100 คนมาถวาย ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่ตั้งใจกลับมาทำให้สำเร็จ พร้อมชวนทุกคนที่กำลังทำคอนเทนต์ Bangkok City มาร่วมใส่ชุดไทย สร้างภาพความงดงามของวัฒนธรรมไทยไปด้วยกัน

สิ่งที่ทำให้กระแตตื้นตันใจที่สุด คือการได้เห็นเพลงนี้ไปไกลถึงต่างประเทศ ชาวต่างชาติหันมาใส่สไบ เล่นแผ่นเสียง Bangkok City และเห็นภาพความสวยงามของประเทศไทยผ่านคอนเทนต์ของคนไทย เธอเปรียบเทียบว่า เหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเปิดเพลงประจำเมืองนั้น ๆ วันนี้ต่างชาติที่มาเมืองไทยก็เปิด Bangkok City และได้เห็นเสน่ห์บ้านเราอย่างแท้จริง

แม้ชื่อเพลงอาจดูเสี่ยงในตอนแรก เพราะเป็นชื่อเมืองตรง ๆ แต่กระแตยอมรับว่าเธอทำด้วยหัวใจล้วน ๆ ตั้งใจสื่อสารความเป็นไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอพยายามใส่มาโดยตลอด ตั้งแต่อัลบั้มแรก “เปิดใจสาวแต” การหยิบอัตลักษณ์ชาติพันธุ์เหนือ เพลง “เมรี” ที่นำท่ารำมาประยุกต์ จนมาถึง Bangkok City ที่อัดแน่นด้วยดนตรีไทย วัฒนธรรม และตัวตนความเป็นไทยแบบจัดเต็ม

กระแส “ห่มสไบ-นุ่งยีนส์” แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าดูไม่เหมาะสม แต่กระแตมองว่าเป็นเรื่องของมุมมอง เธอดีใจที่อย่างน้อยผ้าไทยไม่ได้ถูกพับเก็บอยู่ในตู้ และสามารถถูกหยิบมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย ซึ่งช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงผ้าไทยมากขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึง คือเรื่องแหล่งที่มาของผ้า กระแตยอมรับว่าเข้าใจความรู้สึกของช่างทอไทยที่น้อยใจ และอยากสนับสนุนผ้าไทยจากฝีมือคนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า หากใครมีโอกาสเลือกใช้ผ้าไทยแท้ ก็อยากให้ช่วยกันอุดหนุน เพื่อให้ Soft Power นี้เติบโตอย่างยั่งยืน

แม้โปรเจกต์ Bangkok City จะเป็นการลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่มีผู้ใหญ่หรือสปอนเซอร์หนุนหลัง แต่กระแตยังคงเชื่อมั่นว่า หากได้แรงสนับสนุนในอนาคต เธอพร้อมยกระดับ Soft Power ไทยให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ โดยขณะนี้มีโปรเจกต์เพลงใหม่เตรียมปล่อยช่วงสงกรานต์ ที่จะขยายภาพความงดงามของประเทศไทยให้ครบทั้งวัฒนธรรม ผู้คน อาหาร เสน่ห์ และความสนุกของบ้านเมือง

สุดท้าย กระแตฝากขอบคุณทุกคนที่ร่วมพลังผลักดันเพลง Bangkok City และวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาโลก พร้อมหวังว่า “สไบไทย” จะกลายเป็นคัลเจอร์ที่อยู่กับคนไทยไปอีกนาน และเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่โลกต้องหลงรัก

ที่มาข้อมูล : IG : kt_kratae8

ที่มารูปภาพ : IG : kt_kratae8

sticky-bar-top