ดราม่าลิขสิทธิ์ “หงสาวดี” ล่าสุดช่องวัน 31 ออกแถลงชี้แจงแล้ว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ดราม่าลิขสิทธิ์ “หงสาวดี” ล่าสุดช่องวัน 31 ออกแถลงชี้แจงแล้ว

กระแส #แบนหงสาวดี พุ่งติดเทรนด์ หลังซีรีส์ฟอร์มยักษ์ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความคล้ายกับผลงานการ์ตูน จนช่องวัน 31  ต้องออกมาชี้แจงด่วน

จุดเริ่มต้นของดราม่า  

เรื่องราวเริ่มจากฝั่งนักวาดการ์ตูนและแฟนคลับออกมาตั้งข้อสังเกตว่าซีรีส์หงสาวดี มีพล็อตเรื่องที่คล้ายคลึงกับการ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี"  โดยเฉพาะการตีความความสัมพันธ์ระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาในมุมมองใหม่

จากข้อมูลฝั่งนักวาดชี้แจงว่าเดิมทีมีนักเขียนบทติดต่อเข้ามาขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว แต่หลังจากนั้นกลับมีการยุติการเจรจาโดยให้เหตุผลว่าต้นฉบับมีความล่อแหลมเกินไปจึงไม่ต้องการให้ชื่อผลงานหรือชื่อนักวาดถูกเชื่อมโยง

อย่างไรก็ตามมีการเสนอทางเลือกให้กับนักวาด 2 แบบ คือ เซ็นสัญญาแต่จะไม่มีการให้เครดิตหรือเชื่อมโยงถึงต้นฉบับ หรือยุติทุกอย่างซึ่งฝ่ายผู้สร้างจะยังเดินหน้าทำโปรเจกต์ต่อ สุดท้ายนักวาดเลือกยุติการเจรจาและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อจากนั้น

ประเด็นที่ยิ่งทำให้ดราม่าลุกลาม คือเรื่องเอกสารค่าใช้จ่าย ที่เดิมแจ้งว่าเป็นค่าเดินทาง แต่ภายหลังกลับถูกระบุเป็นค่าที่ปรึกษาทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยมองว่านี่คือการเอาเปรียบทางทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยอาศัยช่องว่างของการ ตีความใหม่เพื่อเลี่ยงการให้เครดิตเจ้าของไอเดียดั้งเดิม

 



สรุปข่าว

ช่องวัน 31 ออกแถลงชี้แจงเป็นการตีความจากประวัติศาสตร์และได้พูดคุยอย่างโปร่งใสก่อนยุติข้อตกลง

กระแส #แบนหงสาวดี พุ่งติดเทรนด์ หลังซีรีส์ฟอร์มยักษ์ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความคล้ายกับผลงานการ์ตูน จนช่องวัน 31  ต้องออกมาชี้แจงด่วน

จุดเริ่มต้นของดราม่า  

เรื่องราวเริ่มจากฝั่งนักวาดการ์ตูนและแฟนคลับออกมาตั้งข้อสังเกตว่าซีรีส์หงสาวดี มีพล็อตเรื่องที่คล้ายคลึงกับการ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี"  โดยเฉพาะการตีความความสัมพันธ์ระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาในมุมมองใหม่

จากข้อมูลฝั่งนักวาดชี้แจงว่าเดิมทีมีนักเขียนบทติดต่อเข้ามาขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว แต่หลังจากนั้นกลับมีการยุติการเจรจาโดยให้เหตุผลว่าต้นฉบับมีความล่อแหลมเกินไปจึงไม่ต้องการให้ชื่อผลงานหรือชื่อนักวาดถูกเชื่อมโยง

อย่างไรก็ตามมีการเสนอทางเลือกให้กับนักวาด 2 แบบ คือ เซ็นสัญญาแต่จะไม่มีการให้เครดิตหรือเชื่อมโยงถึงต้นฉบับ หรือยุติทุกอย่างซึ่งฝ่ายผู้สร้างจะยังเดินหน้าทำโปรเจกต์ต่อ สุดท้ายนักวาดเลือกยุติการเจรจาและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อจากนั้น

ประเด็นที่ยิ่งทำให้ดราม่าลุกลาม คือเรื่องเอกสารค่าใช้จ่าย ที่เดิมแจ้งว่าเป็นค่าเดินทาง แต่ภายหลังกลับถูกระบุเป็นค่าที่ปรึกษาทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยมองว่านี่คือการเอาเปรียบทางทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยอาศัยช่องว่างของการ ตีความใหม่เพื่อเลี่ยงการให้เครดิตเจ้าของไอเดียดั้งเดิม

 



ช่องวัน 31 แถลง "เราตีความจากประวัติศาสตร์"

ทางด้านช่องวัน 31 ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในมุมของฝั่งผู้ผลิต โดยชี้แจงว่าทีมเขียนบทตั้งใจจะเล่าเรื่องราวต่อจากซีรีส์ "แม่หยัว"  โดยตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อจึงได้นำเสนอเรื่องของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา โดยเน้นไปที่ความสัมพันธ์แบบ Human Drama ระหว่างสองพระองค์ที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ที่หงสาวดี ซึ่งเป็นการตีความจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ 

ยอมรับว่าเคยคุยกับนักวาดจริง ทีมงานพบว่าการตีความบางส่วนไปคล้ายกับการ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี" จึงได้ติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แม้จะไม่ได้ผลิตตามเนื้อเรื่องของการ์ตูนก็ตาม

หลังจากพูดคุยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าแนวทางเนื้อหาแตกต่างกัน การ์ตูนนำเสนอรูปแบบสมมติในโลกคู่ขนานแบบแนวชายรักชาย ส่วนซีรีส์อ้างอิงบุคคลจริงตามประวัติศาสตร์และอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม จึงไม่ได้มีการใช้ชื่อและเนื้อเรื่องตามการ์ตูน จึงตกลงกันได้ว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์การเจรจาจึงยุติและได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาให้เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าการพูดคุยเป็นไปอย่างสุภาพและโปร่งใส จบด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน


ที่มาข้อมูล : ช่องวัน 31

ที่มารูปภาพ : ช่องวัน 31