
สรุปข่าว
จากกรณีเพจเมาท์ข่าวดัง ได้โพสต์ข้อสงสัยจากชาวโซเชี่ยลเกี่ยวกับ "มิ้ง ศวภัทร" หรือ "มิ้งโป๊ะแตก" ที่มีภาพและคลิปมาร่วมงานหนึ่ง และได้ขอเข้าไปถ่ายรูปกับศิลปินขวัญใจมหาชนอย่าง "ตู่ ภพธร" อย่างใกล้ชิด ทั้งจับมือ ทั้งกอด ทั้งที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากท่องเที่ยวประเทศเกาหลี
ทำให้ชาวเน็ตตั้งขอสังเกตุว่า "มิ้ง ศวภัทร" ได้มีการกักตัวเพื่อดูอาการเป็นเวลาเกิน 14 วันแล้วหรือยัง ก่อนที่จะมาร่วมงานในวันนั้น เพราะเห็นภาพที่เธอโพสต์ช่วงเที่ยวเกาหลีผ่านมาไม่กี่วันเท่านั้น..
โดยในอินสตาแกรมของเธอมีชาวเน็ตเข้าไปโพสต์ถามว่า.. "กลับมาไม่ได้เก็บตัว 14 วันคะ ดาราดังเช่น ทาทา ดาวิกา เอมี่ และแวนด้า กลับมาจากประเทศเสี่ยง ก็กักตัวในบ้าน 14 วัน นี่คุณดอดไปทำหน้าที่เกาหลีประเทศเสี่ยงที่สุด แต่กลับมาดูคอนเสิร์ตพี่ตู่แถมใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัว ช่วยมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยคะ"
ซึ่งล่าสุด "มิ้งโป๊ะแตก" ได้เข้ามาตอบเคลียร์ข้อสงสัยแล้วว่า..
"แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะว่าเราไม่กักตัว 14 วัน เพราะดูจากวันที่เราลงรูปเหรอคะ? เรากลับมาก่อนที่จะมีข่าวว่ามีคนติดไวรัสที่แทกูด้วยซ้ำ รูปเราจะลงตอนไหนก็ได้มั้ยคะ ต้องอัพรูปแบบ real time เท่านั้นเหรอ นี่ยังเหลือรูปอีกบานเลยค่ะ ถ้าอัพลงตอนนี้จะหาว่ายังอยู่เกาหลีมั้ยคะ?"
"ที่ไม่เคยออกมาอธิบายเพราะว่าขี้เกียจมาต่อล้อต่อเถียงกับพวกพวกล่าแม่มด จับผิดชาวบ้านเค้า ถึงไม่มีข่าวว่าให้กักตัวมิ้งก็ไม่ออกไปไหนอยู่ดี เพราะทำงานอยู่บ้านค่ะ ไม่เชื่อถาม ......... มิ้งเคยออกไปไหนบ้าง ยิ่งกลับมาจากต่างประเทศยิ่งไม่ออกเพราะเหนื่อยมาก เอาจริงดูจากสีผมก็น่าจะรู้แล้วนะคะว่ารูปที่ลงไทม์ไลน์มันวนไปวนมา"









เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
- หน้ากากอนามัยไม่ขาดแคลน! เตือนคนขายฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษหนัก
- ลาก่อน! "Skype" ยุติให้บริการทั่วโลก ปิดฉากตำนาน 21 ปี ยุบรวม Microsoft Teams อย่างเป็นทางการ
- หมอมนูญ ยกเคสผู้ป่วย ไวรัสโคโรนา 229E ทำปอดอักเสบ-หอบหืดกำเริบ
- สธ.เผย ไวรัสโคโรนาตัวใหม่ที่จีน ยังไม่มีติดต่อสู่คน
- ไม่ต้องวิตก! รัฐบาลย้ำข่าวไวรัสโคโรนาตัวใหม่เป็นข้อมูลวิจัยในแล็บ ยังไม่มีติดสู่คน
- จีนพบเชื้อ "ไวรัสตัวใหม่" จากค้างคาว ติดสู่คนได้เหมือนโควิด-19
- 'POR-DEE' หน้ากากเพื่อคนไทย ใส่สบาย กัน PM 2.5 รายได้สมทบทุนโรงพยาบาลจุฬาฯ
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand