ทฤษฎีจิตวิทยา อธิบายเหตุเด็กทำร้ายครู เพราะไม่ใจคะแนนสอบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทฤษฎีจิตวิทยา อธิบายเหตุเด็กทำร้ายครู เพราะไม่ใจคะแนนสอบ

กลายเป็นประเด็นพูดกันอย่างมากในโลกออนไลน์ จากคลิปข่าวเหตุการณ์นักเรียนชายชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อุทัยธานี เข้าทำร้ายร่างกายครูอย่างรุนแรง หลังไม่พอใจคะแนนสอบกลางภาค ทำให้คุณครูได้รับบาดเจ็บซี่โครงอักเสบ 

นอกจากการดำเนินคดีและการเยียวยาจิตใจของครูแล้ว อีกประเด็นที่ต้องมองคือพฤติกรรมแสดงความรุนแรงของเด็กแบบนี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? โดยหากมองภาพจากที่เกิดขึ้นโดยใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยา อาจเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ

ทฤษฎีจิตวิทยา ทำไมเด็กถึงเลือกใช้ความรุนแรง

1. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม หรือ Social Learning Theory

พูดถึงว่าเด็กคนหนึ่งจะเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง จากการสังเกตคนรอบข้างและเลียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีความสำคัญต่อพวกเขา เช่น พ่อแม่ คนในครอบครัว หรือคนที่อุปการะเลี้ยงดู เมื่อเด็กเห็นพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงซ้ำๆ เรียนรู้ว่าเป็นเรื่องของการแสดงออกทั่วไป ก็มีแนวโน้มที่จะเอาพฤติกรรมอบบนี้มาใช้ในสังคม หรือกับคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว

2. ทฤษฎีความคับข้องใจ-ความก้าวร้าว หรือ Frustration-Aggression Theory

ทฤษฎีนี้ อธิบายไว้ว่า เมื่อมีความรู้สึกไม่พอใจ หรือเกิดอุปสรรคที่ขัดขวางเป้าหมาย เด็กเลือกจะแสดงความก้าวร้าวออกมาเพื่อจัดการกับความรู้สึกทางลบเหล่านั้น เด็กที่ประสบกับความคับข้องใจซ้ำๆ อาจเรียนรู้ที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อตอบสนองต่อความคับข้องใจ

3. ทฤษฎีสัญญาณความก้าวร้าว หรือ Aggression Cues Theory

อธิบายว่า สถานการณ์หรือสิ่งเร้าภายนอกบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว  แม้ว่าตัวเด็กจะไม่ได้รู้สึกคับข้องใจมาก่อนก็ตาม ตัวอย่างเช่น การเห็นอาวุธหรือการได้ยินคำพูดที่รุนแรง อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กได้

สรุปข่าว

ข่าวเด็กทำร้ายครู หลังไม่พอใจคะแนนสอบ มองภาพจากที่เกิดขึ้นโดยใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยา อาจเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ

กลายเป็นประเด็นพูดกันอย่างมากในโลกออนไลน์ จากคลิปข่าวเหตุการณ์นักเรียนชายชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อุทัยธานี เข้าทำร้ายร่างกายครูอย่างรุนแรง หลังไม่พอใจคะแนนสอบกลางภาค ทำให้คุณครูได้รับบาดเจ็บซี่โครงอักเสบ 

นอกจากการดำเนินคดีและการเยียวยาจิตใจของครูแล้ว อีกประเด็นที่ต้องมองคือพฤติกรรมแสดงความรุนแรงของเด็กแบบนี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? โดยหากมองภาพจากที่เกิดขึ้นโดยใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยา อาจเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ

ทฤษฎีจิตวิทยา ทำไมเด็กถึงเลือกใช้ความรุนแรง

1. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม หรือ Social Learning Theory

พูดถึงว่าเด็กคนหนึ่งจะเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง จากการสังเกตคนรอบข้างและเลียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีความสำคัญต่อพวกเขา เช่น พ่อแม่ คนในครอบครัว หรือคนที่อุปการะเลี้ยงดู เมื่อเด็กเห็นพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงซ้ำๆ เรียนรู้ว่าเป็นเรื่องของการแสดงออกทั่วไป ก็มีแนวโน้มที่จะเอาพฤติกรรมอบบนี้มาใช้ในสังคม หรือกับคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว

2. ทฤษฎีความคับข้องใจ-ความก้าวร้าว หรือ Frustration-Aggression Theory

ทฤษฎีนี้ อธิบายไว้ว่า เมื่อมีความรู้สึกไม่พอใจ หรือเกิดอุปสรรคที่ขัดขวางเป้าหมาย เด็กเลือกจะแสดงความก้าวร้าวออกมาเพื่อจัดการกับความรู้สึกทางลบเหล่านั้น เด็กที่ประสบกับความคับข้องใจซ้ำๆ อาจเรียนรู้ที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อตอบสนองต่อความคับข้องใจ

3. ทฤษฎีสัญญาณความก้าวร้าว หรือ Aggression Cues Theory

อธิบายว่า สถานการณ์หรือสิ่งเร้าภายนอกบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว  แม้ว่าตัวเด็กจะไม่ได้รู้สึกคับข้องใจมาก่อนก็ตาม ตัวอย่างเช่น การเห็นอาวุธหรือการได้ยินคำพูดที่รุนแรง อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กได้

ผลจากสังคมหรือการเลี้ยงดู

แน่นอนความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นการการล่อหลอม และสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเด็ก ทฤษฎีเหล่านี้จึงมองว่าความรุนแรงไม่ได้เป็นเพียงการกระทำของเด็กที่แสดงออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ 

แต่การแสดงออกอย่างรุนแรงของเด็ก ยังเป็นผลมาจากโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมที่สนับสนุนความรุนแรงด้วย เช่น การเลี้ยงดูในครอบครัวที่มีความรุนแรง หรือการอยู่ในสังคมที่ยอมรับความรุนแรง อาจส่งเสริมให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรง 

มองให้ครบทุกมิติ

ในกรณีของเด็กชาย ม.5 รายนี้ อาจต้องมองให้ครบทุกมิติต้องทำความเข้าใจถึงภูมิหลังของเด็กว่าเป็นเช่นไร ครอบครัวได้มีความคาดหวังหรือกดดันต่อตัวเด็กหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้เด็กควรจะต้องอยู่ในการดูแลของจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา 

แน่นอนว่า พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นต่อทั้งผู้เรียนและผู้สอน สังคมไม่ควรเข้าข้าง หรือตัดสินเอนเอียงฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม เมื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็กแล้ว ก็จำเป็นต้องเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจของครูด้วย

ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลเพชรเวช, iStrong, simplypsychology.org

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top