วิจัยญี่ปุ่นชี้ ผมขาว อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังสู้กับมะเร็ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิจัยญี่ปุ่นชี้ ผมขาว อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังสู้กับมะเร็ง

งานวิจัยใหม่พบว่า เซลล์สร้างเม็ดสีผม หรือเซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ (McSCs) ตอบสนองต่อความเสียหายของ DNA โดยการเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเอง จากผมดกดำสลวย กลายเป็นเป็นผมหงอกขาว ซึ่งนี่ก็อาจจะแสดงว่า ผมหงอกอาจจะไม่ใช่เครื่องบ่งบอกความแก่อย่างเดียว

เซลล์สร้างเม็ดสีผมนี้ รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า เซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ หรือ McSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเนื้อเยื่อที่สร้างเมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างเม็ดสีให้ผมและผิวหนัง ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เซลล์เหล่านี้อยู่ในบริเวณรูขุมขน การเคลื่อนที่ของเซลล์ไปมาระหว่างรูขุมขน เกิดการสร้างเม็ดสี ช่วนรักษาสีผมด้วยการสร้างใหม่เป็นรอบๆ แต่สำหรับในคนที่อายุมากขึ้น เริ่มมีผลหงอก เพราะเซลล์นี้เสื่อมสภาพ ไม่สามารถเคลื่อนที่ระหว่างรูขุมขนได้เท่าเดิม ทำให้การสร้างเม็ดสีทำได้ไม่มากเท่าเดิม

สรุปข่าว

เพื่อกำจัดเซลล์ที่เสียหาย ร่างกายจำเป็นต้องกำจัดเซลล์นี่ เพื่อไม่ให้ลุกลามเป็นมะเร็ง ผลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ ทำให้ผมเราหงอก

งานวิจัยใหม่พบว่า เซลล์สร้างเม็ดสีผม หรือเซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ (McSCs) ตอบสนองต่อความเสียหายของ DNA โดยการเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเอง จากผมดกดำสลวย กลายเป็นเป็นผมหงอกขาว ซึ่งนี่ก็อาจจะแสดงว่า ผมหงอกอาจจะไม่ใช่เครื่องบ่งบอกความแก่อย่างเดียว

เซลล์สร้างเม็ดสีผมนี้ รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า เซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ หรือ McSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเนื้อเยื่อที่สร้างเมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างเม็ดสีให้ผมและผิวหนัง ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เซลล์เหล่านี้อยู่ในบริเวณรูขุมขน การเคลื่อนที่ของเซลล์ไปมาระหว่างรูขุมขน เกิดการสร้างเม็ดสี ช่วนรักษาสีผมด้วยการสร้างใหม่เป็นรอบๆ แต่สำหรับในคนที่อายุมากขึ้น เริ่มมีผลหงอก เพราะเซลล์นี้เสื่อมสภาพ ไม่สามารถเคลื่อนที่ระหว่างรูขุมขนได้เท่าเดิม ทำให้การสร้างเม็ดสีทำได้ไม่มากเท่าเดิม

ผมขาว เป็นหนึ่งในกลไกต่อสู้กับมะเร็ง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Nature Cell Biology และเผยแพร่โดย The Institute of Medical Science, The University of Tokyo ดำเนินการโดยศาสตราจารย์เอมิ นิชิมุระ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ยาสุอากิ โมฮริ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้ใช้วิธีติดตามสายพันธุ์เซลล์ในร่างกายและวิเคราะห์การแสดงออกของยีนในหนู เพื่อดูว่า เซลล์สร้างเม็ดสีผม ตอบสนองต่อ DNA ที่เสียหายอย่างไร 

สิ่งที่ทีมวิจัยค้นพบคือ เมื่อ DNA ในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสีผมถูกทำลาย หรือ เกิดการขาดทั้งสองสายพร้อมกัน เซลล์จะเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า seno-differentiation ซึ่งเป็นเหตุให้ผมเริ่มขาว

เมื่อเซลล์สร้างเม็ดสีผมเจอสารก่อมะเร็งบางชนิด หรือรังสี UVB เซลล์จะไม่เข้าสู่กระบวนการป้องกันตามปกติ แม้ DNA จะเสียหาย พวกมันยังแบ่งตัวและขยายจำนวนได้ ซึ่งเกิดจากสัญญาณ KIT ligand จากบริเวณใกล้เคียงและชั้นหนังกำพร้า ส่งผลให้เซลล์เหล่านี้มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้น

เพื่อหยุดแนวโน้มการเกิดมะเร็ง ร่างกายจึงต้องทำอะไรบางอย่าง

ศาสตราจารย์เอมิ นิชิมุระ กล่าวว่า เซลล์ต้นกำเนิด แม้ว่าจะมาจากกลุ่มเดียวกัน แต่สามารถมีชะตากรรมตรงข้ามกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของความเครียดและสัญญาณจากสภาพแวดล้อม โดยการเปลี่ยนไปของสีผมจากผมดำเป็นผมหงอกและมะเร็งผิวหนัง เป็นผลลัพธ์ต่างกันของการตอบสนองต่อความเครียดของเซลล์ต้นกำเนิด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยไม่ได้บอกว่าผมขาวป้องกันมะเร็งได้ แต่กระบวนการ เปลี่ยนผมดำเป็นเป็นผมหงอก  เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย ที่จะช่วยกำจัดเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสีที่เสียหายออกไป หากร่างกายไม่ตอบสนองแบบนี้ และเซลล์เหล่านี้ยังอยู่ ก็เสี่ยงที่ในอนาคตจะมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้น

อธิบายกระบวนการให้เข้าใจง่าย คือ เมื่อมีเซลล์ที่เสียหาย ร่างกายจำเป็นต้องกำจัดเซลล์นี้ทิ้ง เพื่อไม่ให้ลุกลามเป็นมะเร็ง ผลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ คือทำให้ผมเราหงอก 

งานวิจัยระบุวงจรโมเลกุลที่ควบคุมชะตากรรมของเซลล์ ทำให้เราเข้าใจว่าการแก่ตัวของเนื้อเยื่อเชื่อมโยงกับมะเร็ง และชี้ให้เห็นว่าการกำจัดเซลล์ต้นกำเนิดที่อาจเป็นอันตรายตามธรรมชาติช่วยปกป้องร่างกายร่างโรคมะเร็งได้อย่างไร

sticky-bar-top