
แถลงการณ์จากสถาบันเซนทีนารีของออสเตรเลียรายงานความสำเร็จในการพัฒนาวิธีตรวจเลือดอย่างง่าย เพื่อตรวจหาเซลล์เนื้องอกที่แพร่กระจายในกระแสเลือด ซึ่งจะช่วยตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคมะเร็งศีรษะและลำคอที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการผ่าตัด
สรุปข่าว
แถลงการณ์จากสถาบันเซนทีนารีของออสเตรเลียรายงานความสำเร็จในการพัฒนาวิธีตรวจเลือดอย่างง่าย เพื่อตรวจหาเซลล์เนื้องอกที่แพร่กระจายในกระแสเลือด ซึ่งจะช่วยตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคมะเร็งศีรษะและลำคอที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการผ่าตัด
คณะนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดหลังการผ่าตัด และพบความเชื่อมโยงระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด (CTCs) ซึ่งเป็นเซลล์มะเร็งที่หลุดออกมาจากเนื้องอกและเข้าสู่กระแสเลือด กับโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรคที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการค้นพบครั้งนี้ช่วยตอกย้ำว่าตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดอาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของการดูแลรักษาโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคลให้ดียิ่งขึ้น
แต่ละปีมีชาวออสเตรเลียราว 5,500 รายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อบุผิวบริเวณช่องปาก ลำคอ และกล่องเสียง แม้ว่าผู้ป่วยจำนวนมากจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี แต่ยังมีผู้ป่วยอีกไม่น้อยที่กลับมาเป็นซ้ำ โดยมักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
โจนาธาน คลาร์ก ผู้เขียนร่วมวิจัยอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยมะเร็งศีรษะและลำคอจากสถาบันคริส โอไบรอัน ไลฟ์เฮาส์ของออสเตรเลีย ซึ่งทำงานร่วมกับสถาบันฯ ระบุว่าปัจจุบันการดูแลติดตามอาการหลังการรักษาต้องพึ่งพาการสแกนและการตรวจทางคลินิกเป็นหลัก ซึ่งวิธีเหล่านั้นอาจไม่พบความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำในระยะเริ่มต้นเสมอไป
แดนเนล เยียว หัวหน้าห้องปฏิบัติการประจำศูนย์นวัตกรรมมะเร็งของสถาบันฯ กล่าวว่า การค้นพบของเราชี้ให้เห็นว่า การตรวจพบเซลล์เนื้องอกในกระแสเลือดสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยระบุตัวผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษหลังผ่าตัด
- ความสามารถดมกลิ่นของสุนัข ช่วยตรวจหามะเร็งบางชนิดได้
- ไขรหัสลับ"มะเร็ง" 25 ปี จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคตของการรักษา
- แผ่นแปะอัจฉริยะ ส่งยาตรงจุด-แม่นยำสู่อวัยวะซับซ้อน
- ”กรมพระศรีสวางควัฒน“ เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษเรื่องการเกิดโรคมะเร็ง พระราชทานแก่นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
- คุณยาย 81 ปี เปิดช่องสตรีมเกมหาเงินรักษาหลานป่วยมะเร็ง
ที่มาข้อมูล : China Xinhua News
ที่มารูปภาพ : CANVA
