สธ. สั่งปรับแผน "รับมือน้ำมันแพง" ออก 5 ข้อสั่งการ เน้นส่งยาถึงบ้าน-หาหมอออนไลน์

Share on Line Share on Facebook Share on X
สธ. สั่งปรับแผน "รับมือน้ำมันแพง" ออก 5 ข้อสั่งการ เน้นส่งยาถึงบ้าน-หาหมอออนไลน์

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงราคาน้ำมันขึ้นสูงกระทบต้นทุนส่งต่อผู้ป่วย ค่าขนส่งยา และค่าเดินทางมารับบริการของประชาชน ออก 5 ข้อสั่งการ ปรับการให้บริการผู้ป่วยนอกของ รพ.และ รพ.สต. ผ่านระบบ Telemedicine เพิ่มขึ้น 30% สื่อสารประชาชนใช้ Telemedicine ผ่าน "หมอพร้อม Super App" ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย ลดการเดินทางมารับยา พร้อมประสานไปรษณีย์ไทยจัดลำดับความสำคัญการส่งยาให้ประชาชน และประสาน มท. ดึง รพ.สต.ถ่ายโอนร่วมจัดบริการผ่าน Telemedicine


นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด 6-8 บาทต่อลิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในด้านต่างๆ อาทิ ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กระทบต่อความถี่และงบประมาณการออกรถ, ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-Chain) เพิ่มขึ้น, ต้นทุนการเดินเครื่องและสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในแผนกวิกฤต เป็นต้น 


ล่าสุด จากข้อมูลแดชบอร์ดประเมินผลกระทบวิกฤตน้ำมันต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งมีรายงานเข้ามาแล้ว 72 จังหวัด พบผลกระทบเล็กน้อย (สีเขียว) 53 จังหวัด และผลกระทบปานกลาง (สีเหลือง) 19 จังหวัด ยังไม่มีหน่วยบริการพื้นที่ใดได้รับผลกระทบระดับสูง อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบริหารการสาธารณสุข กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อรองรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ดังนี้ 


นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สรุปข่าว

เพื่อรับมือราคาน้ำมันพุ่ง สธ. ออก 5 ข้อสั่งการ ปรับการให้บริการผู้ป่วยนอกของ รพ.และ รพ.สต. ผ่านระบบ Telemedicine เพิ่มขึ้น 30% สื่อสารประชาชนใช้ Telemedicine ผ่าน "หมอพร้อม Super App" ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย ลดการเดินทางมารับยา

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงราคาน้ำมันขึ้นสูงกระทบต้นทุนส่งต่อผู้ป่วย ค่าขนส่งยา และค่าเดินทางมารับบริการของประชาชน ออก 5 ข้อสั่งการ ปรับการให้บริการผู้ป่วยนอกของ รพ.และ รพ.สต. ผ่านระบบ Telemedicine เพิ่มขึ้น 30% สื่อสารประชาชนใช้ Telemedicine ผ่าน "หมอพร้อม Super App" ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย ลดการเดินทางมารับยา พร้อมประสานไปรษณีย์ไทยจัดลำดับความสำคัญการส่งยาให้ประชาชน และประสาน มท. ดึง รพ.สต.ถ่ายโอนร่วมจัดบริการผ่าน Telemedicine


นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด 6-8 บาทต่อลิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในด้านต่างๆ อาทิ ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กระทบต่อความถี่และงบประมาณการออกรถ, ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-Chain) เพิ่มขึ้น, ต้นทุนการเดินเครื่องและสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในแผนกวิกฤต เป็นต้น 


ล่าสุด จากข้อมูลแดชบอร์ดประเมินผลกระทบวิกฤตน้ำมันต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งมีรายงานเข้ามาแล้ว 72 จังหวัด พบผลกระทบเล็กน้อย (สีเขียว) 53 จังหวัด และผลกระทบปานกลาง (สีเหลือง) 19 จังหวัด ยังไม่มีหน่วยบริการพื้นที่ใดได้รับผลกระทบระดับสูง อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบริหารการสาธารณสุข กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อรองรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ดังนี้ 


นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

1.เร่งขยายผลการปรับสัดส่วนให้บริการผู้ป่วยนอกผ่านระบบ Telemedicine ในทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้ไม่น้อยกว่า 30% จากปัจจุบันที่มีการให้บริการประมาณ 8.22% รวมถึงให้จัดบริการทางไกลอื่นๆ สนับสนุน เช่น การออกใบรับรองแพทย์ ใบรับรองความพิการ เป็นต้น 


2.ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ให้ใช้ระบบ Telemedicine ผ่านหมอพร้อม Super App 


3.ให้ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย หรือเพิ่มศักยภาพการบริหารคลังยาใน รพ.สต.ที่มีความพร้อม ภายใต้การควบคุมกำกับของโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อลดการเดินทางมารับยาของประชาชน 

4.ประสานบริษัทไปรษณีย์ไทยขอให้จัดลำดับความสำคัญของการส่งยาไปที่บ้านประชาชน สำหรับผู้ป่วยที่รับบริการทาง Telemedicine และรับยาเดิม 


5.ประสานกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนให้ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ให้บริการ Telemedicine ร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายของกระทรวงสาธารณสุข


ที่มาข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข

ที่มารูปภาพ : กระทรวงสาธารณสุข

แท็กบทความ