
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2579 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
สรุปข่าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2579 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายผลิตแพทย์จากพื้นที่ ให้กลับไปทำงานดูแลประชาชนในบ้านเกิด โดยจะเริ่มรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกในปีการศึกษา 2571 และภายในปี 2579 คาดว่าจะสามารถผลิตแพทย์เพิ่มให้พื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 71 คน พร้อมมีนักศึกษาแพทย์ที่อยู่ระหว่างการศึกษา 216 คน
สาระสำคัญของโครงการ คือ การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์แพทยสภา และสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ โดยพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต พัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน รวมทั้งยกระดับโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลเลย และโรงพยาบาลยโสธร ให้เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาการกระจายแพทย์ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งประชาชนจำนวนมากยังต้องเดินทางไกลเพื่อรับบริการทางการแพทย์ การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างกำลังคนด้านสุขภาพให้ตอบโจทย์พื้นที่จริง
“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดคณะใหม่ แต่คือการสร้างแพทย์ให้กลับไปดูแลบ้านเกิด ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และทำให้ประชาชนในภาคอีสานตอนบนเข้าถึงหมอและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้ใกล้บ้านมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
- กลุ่มเปาะบาง เฮ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 100 บาท ครม.อุ้มสู้วิกฤตน้ำมัน
- ครม.นัดพิเศษ เคาะ 7 มาตรการ สู้ “น้ำมันแพง” สั่งคลังเร่งหั่นภาษีช พยุงค่าครองชีพ
- ครม.ถกมาตรการพลังงาน-คุมราคาสินค้า รับวิกฤตตะวันออกกลาง
- ครม.ไฟเขียว วีซ่ากระตุ้นท่องเที่ยว จ่อรื้อเกณฑ์ Long Stay ดึงชาวต่างชาติสูงวัยใช้ชีวิตในไทย
ที่มาข้อมูล : ทำเนียบรัฐบาล
ที่มารูปภาพ : ทำเนียบรัฐบาล
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
