
ค่าฝุ่นแรง แถมยังส้มๆ แดงๆ ทุกวัน ถี่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วอย่างนี้ ใน 1 ปี คนไทยมีโอกาสได้สูดอากาศดีๆ กี่วันกันบ้าง ?

ใน 1 ปี คนไทยมีโอกาสได้สูดอากาศดีๆ น้อยลงเรื่อยๆ และต้องมีวันที่จมฝุ่นมากขึ้นด้วย โดยเมื่อเทียบย้อนหลัง 6 ปี กลับไปในปี 2020 จะพบว่า ประเทศไทยมีวันอากาศดี 71 วัน ก่อนที่ในปี 2021 จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน และปีต่อๆ มาลดลงเป็น 49 วัน, 31 วัน, 43 วัน และปี 2025 ล่าสุดนี้ อยู่เพียงแค่ 38 วันเท่านั้น
เรียกได้ว่าใน 5 ปี เรามีอากาศที่ดีน้อยลงกว่าเท่าตัว
จากบทสรุปคุณภาพอากาศทั่วโลกประจำปี 2025 ของ IQAir ยังเผยข้อมูลที่น่ากังวลอีกว่า ประเทศไทยมีค่า PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 3.5 เท่าขององค์การอนามัยโลก และในฤดูฝุ่นอย่างมกราคม ยังเกินไปถึง 10 เท่าด้วย
สรุปข่าว
ค่าฝุ่นแรง แถมยังส้มๆ แดงๆ ทุกวัน ถี่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วอย่างนี้ ใน 1 ปี คนไทยมีโอกาสได้สูดอากาศดีๆ กี่วันกันบ้าง ?

ใน 1 ปี คนไทยมีโอกาสได้สูดอากาศดีๆ น้อยลงเรื่อยๆ และต้องมีวันที่จมฝุ่นมากขึ้นด้วย โดยเมื่อเทียบย้อนหลัง 6 ปี กลับไปในปี 2020 จะพบว่า ประเทศไทยมีวันอากาศดี 71 วัน ก่อนที่ในปี 2021 จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน และปีต่อๆ มาลดลงเป็น 49 วัน, 31 วัน, 43 วัน และปี 2025 ล่าสุดนี้ อยู่เพียงแค่ 38 วันเท่านั้น
เรียกได้ว่าใน 5 ปี เรามีอากาศที่ดีน้อยลงกว่าเท่าตัว
จากบทสรุปคุณภาพอากาศทั่วโลกประจำปี 2025 ของ IQAir ยังเผยข้อมูลที่น่ากังวลอีกว่า ประเทศไทยมีค่า PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 3.5 เท่าขององค์การอนามัยโลก และในฤดูฝุ่นอย่างมกราคม ยังเกินไปถึง 10 เท่าด้วย
ทั้งเมื่อดูค่าฝุ่นตลอดทั้งปี ในจังหวัด และเมืองสำคัญแล้ว พบว่า กรุงเทพฯ มีช่วงอากาศดี หรือเป็นเกณฑ์สีเขียวเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น คือ มิถุนายน - กันยายน ขณะที่ช่วงอากาศย่ำแย่สุดคือเดือนมกราคม เช่นเดียวกับขอนแก่น ที่ก็มีเพียง 4 เดือนเท่านั้นที่เกณฑ์เขียว
แต่กับแม่ริม และเชียงใหม่นั้น อากาศย่ำแย่ที่สุดในเดือนมีนาคม ซึ่งค่าฝุ่นสูงไปถึงเกณฑ์สีม่วง มากถึง 53 มคก./ลบ.ม ทั้งโดยรวมแล้ว ไม่มีเมืองใดในประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพอากาศรายปีขององค์การอนามัยโลกได้เลย
หากดูข้อมูลที่ 101Pub ดึงจากกรมควบคุมมลพิษ ยังชี้ว่า ในปี 2025 ประชาชนกว่า 6.2 ล้านคนใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พิษณุโลก สุโขทัย หนองคาย อุบลราชธานี อุทัยธานี และสมุทรสาคร ได้สูดดมอากาศที่ ‘ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ’ หรือเกณฑ์สีม่วง เข้าไปเป็นเวลารวมกันมากกว่า 1 เดือนด้วย
โดยมากที่สุดคือน่าน ที่ต้องจมฝุ่นมากสุดถึง 47 วัน หรือ 12.9%
ไม่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่จมฝุ่น แต่เอเชีย และสถานการณ์โลกนั้นก็ถือว่าย่ำแย่ลง โดยปี 2025 คุณภาพอากาศของหลายพื้นที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากไฟป่ารุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เคยมีอากาศค่อนข้างดี
ในเอเชียเอง ก็มีเพียงแค่ 3 เมืองเท่านั้นจากทั้งทวีป ที่ผ่านเกณฑ์ของ WHO คือ เจซกัซกัน และคอคเชเตา ของคาซัคสถาน และ คูยูลูซเซบิล ของตุรกีเท่านั้น
ที่มาข้อมูล : สภาพัฒน์, IQAir
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
