ประเทศไหนกระทบเยอะสุดในวิกฤตพลังงาน ไทยอยู่จุดไหน ราคาน้ำมันเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประเทศไหนกระทบเยอะสุดในวิกฤตพลังงาน ไทยอยู่จุดไหน ราคาน้ำมันเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ ?

ราคาแก๊สโซลีนขึ้น น้ำมันขึ้น กระทบไปทั่วโลก แล้วประเทศไหนได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตพลังงานนี้ ? ไทยกระทบแค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ?

อ้างอิงจากข้อมูลของเว็บไซต์ Globalpetrolprices ที่ดึงข้อมูลราคาน้ำมันทั่วโลก พบว่า หากเปรียบเทียบข้อมูลก่อนสงคราม ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 6 เมษายน 2569 จากสถิติพบว่าเกือบทุกประเทศในภูมิภาคต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง และค่าครองชีพของอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากข้อมูลที่เปรียบเทียบ 130 ประเทศ ประเทศที่เจอราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงย่ำแย่ที่สุด คือประเทศลาว ซึ่งพุ่งขึ้นมาถึง 169.5% และประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็ตามมาด้วย เวียดนาม ที่ 141.8%  เมียนมาที่ 128.5%  และฟิลิปปินส์ 128.0 

สำหรับเมื่อเทียบกับตารางโลกแล้ว เราถือว่าสถานการณ์ย่ำแย่อยู่ในอันดับที่ 16 ประเทศแรกที่ราคาพุ่งสูง โดยราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 61.5% และแก๊สโซลีนที่ 29.8% แม้รัฐบาลจะปรับราคาน้ำมันลง 2.14 บาท แต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก  


สรุปข่าว

วิกฤตราคาพลังงานโลกจากการพุ่งขึ้นของน้ำมันดิบ ทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศในอาเซียนได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เช่น ลาว เวียดนาม และเมียนมา ที่ราคาดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่า 120–169% ประเทศไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเช่นกัน โดยราคาดีเซลเพิ่มราว 61.5% และแก๊สโซลีน 29.8%

ราคาแก๊สโซลีนขึ้น น้ำมันขึ้น กระทบไปทั่วโลก แล้วประเทศไหนได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตพลังงานนี้ ? ไทยกระทบแค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ?

อ้างอิงจากข้อมูลของเว็บไซต์ Globalpetrolprices ที่ดึงข้อมูลราคาน้ำมันทั่วโลก พบว่า หากเปรียบเทียบข้อมูลก่อนสงคราม ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 6 เมษายน 2569 จากสถิติพบว่าเกือบทุกประเทศในภูมิภาคต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง และค่าครองชีพของอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากข้อมูลที่เปรียบเทียบ 130 ประเทศ ประเทศที่เจอราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงย่ำแย่ที่สุด คือประเทศลาว ซึ่งพุ่งขึ้นมาถึง 169.5% และประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็ตามมาด้วย เวียดนาม ที่ 141.8%  เมียนมาที่ 128.5%  และฟิลิปปินส์ 128.0 

สำหรับเมื่อเทียบกับตารางโลกแล้ว เราถือว่าสถานการณ์ย่ำแย่อยู่ในอันดับที่ 16 ประเทศแรกที่ราคาพุ่งสูง โดยราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 61.5% และแก๊สโซลีนที่ 29.8% แม้รัฐบาลจะปรับราคาน้ำมันลง 2.14 บาท แต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก  


ส่วนของแก๊สโซลีนนั้น ประเทศที่เจอการปรับตัวมากสุดคือ เมียนมา ถึง 93.9% ตามมาด้วย ฟิลิปปินส์ที่ 68.7% ส่วนประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย ที่ต่างก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นในช่วง 45% - 52% 

เมื่อลองเปรียบเทียบข้ามไปดูประเทศในเอเชียตะวันออกอย่าง เกาหลีใต้และญี่ปุ่น จะพบว่า ยังคงมีการตรึงราคาอย่างมาก แม้จะมีภาพคนแห่กันไปเติมน้ำมันในเกาหลีใต้ แต่ก็พบว่า ดีเซลนั้น ปรับตัวเพียง 18.8% และญี่ปุ่นนั้นที่ 9.2% เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าวิกฤตราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศในอาเซียนรุนแรงเป็นพิเศษ 

หากดูภาพรวมในระดับโลกจากกราฟราคาพลังงานเฉลี่ยของโลก จะเห็นได้ชัดเจนว่าปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาในอาเซียนคือการพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงของน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Oil) ซึ่งทะยานจากระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นไปแตะระดับกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในต้นเดือนเมษายน 2569 

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันดิบนี้ส่งผลโดยตรงให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยของโลกที่พุ่งสูงขึ้นจนเกือบแตะระดับ 1.6 ดอลลาร์ต่อลิตร ซึ่งเป็นการปรับตัวที่ชันและรวดเร็วกว่าแก๊สโซลีนอย่างเห็นได้ชัด แนวโน้มขาขึ้นที่สอดคล้องกันทั่วโลกนี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญเบื้องหลังตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในหลายประเทศอาเซียน รวมถึงไทยที่เป็นหนึ่งในนั้นด้วย 

ที่มาข้อมูล : Globalpetrolprices

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix