“สุชัชวีร์” ขออาสาเป็นนายกฯ คนที่ใช่ พาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดด

Share on Line Share on Facebook Share on X
“สุชัชวีร์” ขออาสาเป็นนายกฯ คนที่ใช่ พาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดด

“ก้าวใหม่สู่อนาคตประเทศไทย Thailand Vision 2026”

วานนี้ (19 ธ.ค.68) พรรคไทยก้าวใหม่  จัดงาน “ก้าวใหม่สู่อนาคตประเทศไทย Thailand Vision 2026” ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพมหานคร 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ระบุว่าขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับตนเองและพรรคไทยก้าวใหม่ ตนเองจะไม่พูดเรื่องการเมืองเก่า ๆ การเมืองเดิม ๆ เพราะเชื่อว่าทุกคนเบื่อ แต่วันนี้จะมาพูดเรื่องอนาคตของประเทศไทยและเวลาของประเทศที่เรารอไม่ได้  เชื่อว่าทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของมนุษยชาติคือ “เวลา” ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าเงิน และสิ่งใด ๆ ไม่สามารถที่จะซื้อได้แม้จะมีเงิน เวลาไม่สามารถย้อนหลังกลับสู่อดีตได้ 

วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่จะชี้อนาคตของประเทศไทย   จังหวะเวลาของประเทศมาไม่ได้บ่อยครั้ง อาจจะมาแค่ครั้งเดียว หากพลาดโอกาสนั้นแล้วอาจจะไม่มีเวลากลับไปแก้ไขได้เลย วันนี้เวลาของประเทศไทยมาถึงแล้ว เราพลาดไม่ได้เพราะหากพลาดอาจจะไม่มีคำขอโทษที่เพียงพอให้ลูกหลานคนไทย


สรุปข่าว

พรรคไทยก้าวใหม่ จัดงาน “ก้าวใหม่สู่อนาคตประเทศไทย Thailand Vision 2026” “สุชัชวีร์” ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แสดงวิสัยทัศน์ “Quantum Leap Thailand” ขออาสาเป็นนายกฯ คนที่ใช่ พาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดด

“ก้าวใหม่สู่อนาคตประเทศไทย Thailand Vision 2026”

วานนี้ (19 ธ.ค.68) พรรคไทยก้าวใหม่  จัดงาน “ก้าวใหม่สู่อนาคตประเทศไทย Thailand Vision 2026” ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพมหานคร 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ระบุว่าขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับตนเองและพรรคไทยก้าวใหม่ ตนเองจะไม่พูดเรื่องการเมืองเก่า ๆ การเมืองเดิม ๆ เพราะเชื่อว่าทุกคนเบื่อ แต่วันนี้จะมาพูดเรื่องอนาคตของประเทศไทยและเวลาของประเทศที่เรารอไม่ได้  เชื่อว่าทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของมนุษยชาติคือ “เวลา” ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าเงิน และสิ่งใด ๆ ไม่สามารถที่จะซื้อได้แม้จะมีเงิน เวลาไม่สามารถย้อนหลังกลับสู่อดีตได้ 

วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่จะชี้อนาคตของประเทศไทย   จังหวะเวลาของประเทศมาไม่ได้บ่อยครั้ง อาจจะมาแค่ครั้งเดียว หากพลาดโอกาสนั้นแล้วอาจจะไม่มีเวลากลับไปแก้ไขได้เลย วันนี้เวลาของประเทศไทยมาถึงแล้ว เราพลาดไม่ได้เพราะหากพลาดอาจจะไม่มีคำขอโทษที่เพียงพอให้ลูกหลานคนไทย


ประเทศไทยถึงจุดนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเข้าสู่ยุค Quantum Leap

ย้อนไปเมื่อ 70 ปีก่อน  ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำในเอเชียไม่แพ้เกาหลีใต้และไต้หวัน เขาบอกว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย แต่แล้ววันนี้ไม่ได้เป็นกลับกลายเป็นประเทศเวียดนาม เมื่อ 20 ปีก่อนเวียดนามมี GDP แค่ 1 ใน 5 หรือ 20% ของไทย จากนั้นเวียดนามก็เติบโตอย่างรวดเร็ว วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าเวียดนามดึงดูดทุกทรัพยากรและคนเก่งในอัตราที่รวดเร็วกว่าที่ประเทศไทยจะทำมาหลายทศวรรษ ไม่เกิน 4 ปี ประเทศเวียดนามจะแซงประเทศไทยโดยสมบูรณ์แบบ 

หากวันนี้เราไม่คิดจะก้าวใหม่  ประเทศไทยจะถอยหลังไปถึงไหน สภาอุตสาหกรรมประเทศไทย และ IMF คาดการณ์ว่าปี ค.ศ.2030 ไม่เพียงแต่เวียดนาม แต่ฟิลิปปินส์จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตกว่าไทย และอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะต้องกลับมาแข่งกับกัมพูชา ซึ่งตนเองรับไม่ได้ 

นายสุชัชวีร์ เชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้เศรษฐกิจไทย GDP เติบโตเพียง 2%  ปีหน้า GDP ไม่มีทางถึง 2% ทำให้เงินลงทุนและความเชื่อมั่นไหลออก คนเก่งไปเรียนต่างประเทศไม่กลับประเทศไทย สุดท้ายโอกาสของประเทศไทยจะหายไปโดยสิ้นเชิง

ขณะที่การเติบโตของตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยเปรียบเทียบกับ NASDAQ ของสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยยังสาละวนอยู่กับโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรม โครงสร้างพัฒนาศักยภาพคนแบบตกยุค ซึ่งเด็กไทยฉลาดไม่แพ้เด็กชาติในโลก แต่เราติดกับดักการศึกษาที่ล้าหลัง เรามีแรงงานที่มีฝีมือแต่สุดท้ายแล้วทักษะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่มีใครต่อยอดให้สามารถสู้กับเศรษฐกิจของโลกใหม่ได้ เรามีผู้ประกอบการ SMEs มากที่สุดในโลก 3.3 ล้านราย ซึ่งทุกคนสู้เกินร้อย แต่สุดท้ายไปไม่ถึงไหนเพราะไม่มีโอกาส ไม่มีช่องว่างให้โตในระบบของประเทศไทย ขณะที่ประเทศไทยมีคนเก่งมากมายแต่กลับจมปลักอยู่กับเศรษฐกิจแบบเดิม ทำให้เขาถูกบีบไม่สามารถเติบโตเบ่งบานได้

ดังนั้นวันนี้ถึงเวลาที่เรารอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ประเทศไทยถึงจุดนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเข้าสู่ยุค Quantum Leap คือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยซึ่งเป็นหนทางรอดเดียว ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นหัวใจของวิสัยทัศน์  ”Thailand Vision 2026“ หากเรายังสาละวนอยู่กับอุตสาหกรรมเก่า เราจะไม่มีทางแข่งขันได้ วันนี้จะต้องมีการพูดถึง ”Quantum Economy“ ที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตมี GDP 5% ต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ 

1.มียุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ ซึ่งต้องอาศัย AI, Data และ Platform เพื่อให้เกิด  Quantum Economy อย่างไร้ขีดจำกัด หากเรามีโอกาสเป็นรัฐบาลจะต้องมีการลงทุนในสมองของประเทศ อาทิ National Data Platform พร้อมกับพัฒนาระบบ AI และ Cloud เผื่อให้ได้ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ และความมั่นคงปลอดภัย 

นอกจากนี้ จะต้องผลักดันให้เกิดการลงทุนในพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ทุกคนต้องเข้าถึงได้ด้วยตนเอง โดยรัฐจะต้องลงทุนในระบบจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ อีกทั้งสนับสนุนให้เอกชนในการลงทุนแพลตฟอร์ม เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยรัฐ เพื่อให้เกิดแพลตฟอร์มต่าง ๆ และจะต้องเปลี่ยนจากผู้สั่งการเป็นผู้ออกแบบกติกา เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม รวมถึงการลงทุนในอนาคตผ่านพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน  พันธบัตร AI สนับสนุนกองทุน Start up และ SMEs เต็มรูปแบบ

 2.โครงสร้างพื้นฐานใหม่ ไทยต้องเลือกซ่อมโครงสร้างเดิมแต่ “ต้องเขียนใหม่ทั้งระบบ”  พรรคไทยก้าวใหม่ขอเป็นพรรคการเมืองแรกที่จะสนับสนุนเทคโนโลยีอวกาศของไทยด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการลดความเสียหายจากภัยพิบัติ ประหยัดงบประมาณได้แสนล้านบาท คาดการณ์น้ำท่วม-น้ำแล้งล่วงหน้า วางแผนการระบายน้ำ รวมถึงการอพยพช่วยเหลือได้ตรงจุด


เราจะเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรอย่างสิ้นเชิงด้วยเทคโนโลยีอวกาศ การเกษตรต้องไม่ใช่การเสี่ยงดวงที่ลงท้ายด้วยหนี้สินแต่จะต้องสร้างเงินให้เข้ากระเป๋าเกษตรกรได้ จะต้องมีการสร้างเกษตรกรที่แม่นยำเหมือนกับประเทศอิสราเอล นอกจากนี้รัฐยังจะสามารถกำหนดนโยบายได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ปัญหาผังเมืองและการปฏิรูปที่ดิน เทคโนโลยีอวกาศ ยังจะส่งเสริมความมั่นคงและความต่อเนื่องของรัฐ และยังจะสามารถสร้างเศรษฐกิจใหม่และงานคุณภาพสูง ที่มีความมั่นคงประเทศไทยจะเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นผู้ขายบริการข้อมูล

พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างประเทศด้วย AI Transformation เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ ความมั่นคง คุณภาพชีวิตของคนไทย และจัดการปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นปัญหาหมักหมมยาวนานที่สุด เนื่องจากข้อมูลจะเป็นหัวใจของรัฐ และ AI จะเป็นมันสมองของนโยบาย ทั้งยังสามารถป้องกันการคอรัปชั่นก่อนเกิดเหตุ ภายใต้รัฐบาลพรรคไทยก้าวใหม่ ข้าราชการจะโปร่งใส ไม่มีงานซ้ำซ้อน สามารถบริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐจะต้องลงทุนก่อนตลาด โดย Medical Intelligence มีความจำเป็นอย่างมาก ในการใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพการบริการทางการแพทย์ ทั้งยังต้องปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานเพื่อเตรียมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนา AI และ Data Center ด้วย 

3.สร้างทุนมนุษย์ใหม่ รัฐบาลพรรคไทยก้าวใหม่ประกาศรีเซ็ทระบบการศึกษาไทย ทำให้เด็กไทย 100% มีทักษะดิจิทัลและ AI ภายใน 5 ปี ทุกโรงเรียนต้องสอน Coding และ AI ภาษาอังกฤษต้องเป็นภาษาอังกฤษที่ 2 อย่างแท้จริง ยกระดับอาชีวะรูปแบบใหม่ เปลี่ยนครูจากผู้สอนเป็นโค้ช 

นอกจากนี้พรรคไทยก้าวใหม่ยังตั้งเป้าที่จะอัพสกิวคนทำงาน 20 ล้านคน ด้วย National AI Training Platform เพราะตนเองอยากสร้างแรงงานไทยให้สู้กับสิงคโปร์ เปลี่ยนแรงงานเก่าสู่ยุค Quantum Leap ให้ได้ พร้อมดึง Talent จากทั่วโลกมาพัฒนาประเทศไทย 1 ล้านคนใน 10 ปี 

“ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีผู้นำที่มีความรู้จริง วิสัยทัศน์ที่ใช่ที่สามารถทำได้ ทำเป็น  ถึงเวลาแล้วที่ผม หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ใช่ของประเทศไทย”  นายสุชัชวีร์ กล่าว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top