กกต.แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่โยงผู้ใช้สิทธิ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กกต.แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่โยงผู้ใช้สิทธิ

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณี “บัตรเลือกตั้ง” ที่มีทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดปรากฏอยู่บนตัวบัตร และเมื่อสแกนแล้วพบว่าเป็นรหัสเฉพาะของแต่ละใบ ทำให้ประชาชนบางส่วนตั้งข้อกังวลว่า รหัสดังกล่าวอาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

สำนักงาน  ได้ออกมาชี้แจงว่า การกำหนดรหัสพิเศษบนบัตรเลือกตั้งมีฐานอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 129 ซึ่งเปิดช่องให้ กกต. สามารถกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง

นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ระบุว่า บาร์โค้ดและ QR Code เป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการด้านความปลอดภัยที่ใช้ควบคุมกระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้งตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ใช้ควบคุมตั้งแต่การผลิต

ในขั้นตอนการจัดพิมพ์ รหัสดังกล่าวถูกใช้ตรวจสอบจำนวนบัตรที่ผลิตในแต่ละล็อต เพื่อป้องกันการพิมพ์เกินจำนวนที่กำหนด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หากเกิดข้อสงสัย

เมื่อเข้าสู่กระบวนการเข้าเล่ม บัตรเลือกตั้ง 1 เล่มบรรจุ 20 ฉบับ ระบบรหัสจะช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของบัตรในแต่ละเล่ม ป้องกันปัญหาบัตรขาดหรือเกินก่อนส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้ง

ติดตามการกระจาย ลดความเสี่ยงบัตรรั่วไหล

ในขั้นตอนการกระจายบัตรไปยังสำนักงานเขตเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วย รหัสดังกล่าวใช้ติดตามเส้นทางการส่งมอบ หากมีกรณีบัตรสูญหายหรือหลุดออกนอกระบบ จะสามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน

กกต.ย้ำว่า รหัสบนบัตรไม่ได้บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาใช้สิทธิ และไม่สามารถระบุได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การออกแบบดังกล่าวมุ่งเน้นความปลอดภัยของเอกสารเลือกตั้ง และคุ้มครองความสุจริตของกระบวนการทั้งหมด

สรุปข่าว

ประเด็นบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งถูกตั้งคำถามเรื่องความลับของการลงคะแนน กกต.ชี้แจงว่าเป็นมาตรการตามระเบียบข้อ 129 เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและควบคุมการผลิต–กระจายบัตร ไม่เชื่อมโยงข้อมูลผู้ใช้สิทธิ และไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณี “บัตรเลือกตั้ง” ที่มีทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดปรากฏอยู่บนตัวบัตร และเมื่อสแกนแล้วพบว่าเป็นรหัสเฉพาะของแต่ละใบ ทำให้ประชาชนบางส่วนตั้งข้อกังวลว่า รหัสดังกล่าวอาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่

สำนักงาน  ได้ออกมาชี้แจงว่า การกำหนดรหัสพิเศษบนบัตรเลือกตั้งมีฐานอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 129 ซึ่งเปิดช่องให้ กกต. สามารถกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง

นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ระบุว่า บาร์โค้ดและ QR Code เป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการด้านความปลอดภัยที่ใช้ควบคุมกระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้งตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ใช้ควบคุมตั้งแต่การผลิต

ในขั้นตอนการจัดพิมพ์ รหัสดังกล่าวถูกใช้ตรวจสอบจำนวนบัตรที่ผลิตในแต่ละล็อต เพื่อป้องกันการพิมพ์เกินจำนวนที่กำหนด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หากเกิดข้อสงสัย

เมื่อเข้าสู่กระบวนการเข้าเล่ม บัตรเลือกตั้ง 1 เล่มบรรจุ 20 ฉบับ ระบบรหัสจะช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของบัตรในแต่ละเล่ม ป้องกันปัญหาบัตรขาดหรือเกินก่อนส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้ง

ติดตามการกระจาย ลดความเสี่ยงบัตรรั่วไหล

ในขั้นตอนการกระจายบัตรไปยังสำนักงานเขตเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วย รหัสดังกล่าวใช้ติดตามเส้นทางการส่งมอบ หากมีกรณีบัตรสูญหายหรือหลุดออกนอกระบบ จะสามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน

กกต.ย้ำว่า รหัสบนบัตรไม่ได้บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาใช้สิทธิ และไม่สามารถระบุได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การออกแบบดังกล่าวมุ่งเน้นความปลอดภัยของเอกสารเลือกตั้ง และคุ้มครองความสุจริตของกระบวนการทั้งหมด

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pic

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top