จับตาศึกตะวันออกกลางขยายวง "พรรครักชาติ" เตือนทองพุ่ง-หุ้นไทยระส่ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตาศึกตะวันออกกลางขยายวง "พรรครักชาติ" เตือนทองพุ่ง-หุ้นไทยระส่ำ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวเป็นวิกฤตระดับภูมิภาคว่า สัญญาณความเสี่ยงเริ่มชัดเจนตั้งแต่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีหลายจุดในอิหร่าน พร้อมคำกล่าวอ้างจากฝ่ายสหรัฐฯ ว่าสามารถสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านได้

แม้อิหร่านเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ แต่ฐานสนับสนุนของกลุ่มอนุรักษนิยมยังแข็งแรง หากการตอบโต้ขยายเป้าหมายไปยังฐานทัพหรือผลประโยชน์ทางทหารในภูมิภาค จะทำให้กองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในประเทศใกล้เคียงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบแบบโดมิโนจนสถานการณ์ลุกลามกว่าที่คาด

นายเอกพิทยา ระบุว่า สงครามครั้งนี้มีความซับซ้อนและอาจไม่จำกัดวงเพียงสามประเทศ หากมองแผนที่ตะวันออกกลางจะพบว่าหลายประเทศมีกำลังทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ ความเสี่ยงจึงอยู่ที่การขยายแนวรบไปยังประเทศรอบข้าง ซึ่งจะยกระดับจากความขัดแย้งเฉพาะจุดเป็นวิกฤตภูมิภาคเต็มรูปแบบ

ทองคำพุ่งแรง จับตา 5,500–5,600 ดอลลาร์

ด้านตลาดการเงิน ราคาทองคำโลกปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 5,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็นสัญญาณซื้อที่ชัดเจน และมีโอกาสทดสอบระดับ 5,500–5,600 ดอลลาร์ในระยะสั้น หากความตึงเครียดยังยืดเยื้อ

ผลกระทบดังกล่าวอาจสะท้อนมายังราคาทองคำในประเทศ ซึ่งมีโอกาสแตะระดับบาทละ 80,000 บาทอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติเตือนว่า การเข้าซื้อควรใช้ความระมัดระวัง เพราะหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอาจปรับฐานแรงเช่นกัน


 


สรุปข่าว

พรรครักชาติประเมินศึกสหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่าน มีโอกาสลุกลามระดับภูมิภาค หากโจมตีฐานทัพในประเทศรอบข้างจะเกิดผลโดมิโนทันที ราคาทองคำโลกพุ่ง 5,278 ดอลลาร์ มีสิทธิ์แตะ 5,500–5,600 ดอลลาร์ ทองไทยอาจกลับไป 80,000 บาท ขณะหุ้นไทยเสี่ยงแรงขาย โดยเฉพาะกลุ่มเทค นักลงทุนต้องจับตาใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวเป็นวิกฤตระดับภูมิภาคว่า สัญญาณความเสี่ยงเริ่มชัดเจนตั้งแต่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีหลายจุดในอิหร่าน พร้อมคำกล่าวอ้างจากฝ่ายสหรัฐฯ ว่าสามารถสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านได้

แม้อิหร่านเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ แต่ฐานสนับสนุนของกลุ่มอนุรักษนิยมยังแข็งแรง หากการตอบโต้ขยายเป้าหมายไปยังฐานทัพหรือผลประโยชน์ทางทหารในภูมิภาค จะทำให้กองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในประเทศใกล้เคียงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบแบบโดมิโนจนสถานการณ์ลุกลามกว่าที่คาด

นายเอกพิทยา ระบุว่า สงครามครั้งนี้มีความซับซ้อนและอาจไม่จำกัดวงเพียงสามประเทศ หากมองแผนที่ตะวันออกกลางจะพบว่าหลายประเทศมีกำลังทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ ความเสี่ยงจึงอยู่ที่การขยายแนวรบไปยังประเทศรอบข้าง ซึ่งจะยกระดับจากความขัดแย้งเฉพาะจุดเป็นวิกฤตภูมิภาคเต็มรูปแบบ

ทองคำพุ่งแรง จับตา 5,500–5,600 ดอลลาร์

ด้านตลาดการเงิน ราคาทองคำโลกปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 5,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็นสัญญาณซื้อที่ชัดเจน และมีโอกาสทดสอบระดับ 5,500–5,600 ดอลลาร์ในระยะสั้น หากความตึงเครียดยังยืดเยื้อ

ผลกระทบดังกล่าวอาจสะท้อนมายังราคาทองคำในประเทศ ซึ่งมีโอกาสแตะระดับบาทละ 80,000 บาทอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติเตือนว่า การเข้าซื้อควรใช้ความระมัดระวัง เพราะหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอาจปรับฐานแรงเช่นกัน


 


หุ้นไทยเสี่ยงแรงขาย โดยเฉพาะกลุ่มเทค

สำหรับตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มเผชิญแรงขายทำกำไร หลังจากก่อนหน้านี้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเกือบ 500 จุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา และดันค่า P/E ขึ้นแตะระดับประมาณ 17 เท่า

หุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น เครือ ปตท. และโรงกลั่น อาจได้อานิสงส์ระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มอ่อนตัว โดยเฉพาะ Nvidia ที่ปรับลดลงต่อเนื่องสองวัน วันละราว 5% ซึ่งอาจส่งแรงกดดันมายังหุ้นเทคในไทย เช่น เดลต้า

ในภาพรวม ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงผันผวนรุนแรง นักลงทุนที่ถือครองทั้งทองคำและหุ้นควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับระดับความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN