รัฐบาลยืนยันจัดทำงบรายจ่ายประจำปี 70 ทันตามกรอบ เน้นคำนึงความคุ้มค่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัฐบาลยืนยันจัดทำงบรายจ่ายประจำปี 70 ทันตามกรอบ เน้นคำนึงความคุ้มค่า

ปฏิทินจัดทำงบประมาณ 2570 สามารถทำได้ทันในปีงบประมาณปกติ

วันที่ (21 เมษายน 2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ยืนยันปฏิทินการจัดทำงบประมาณ 2570 สามารถทำได้ทันในปีงบประมาณปกติ (1 ตุลาคม)

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว เมื่อวันที่ 20 เมษายน 69 หลังจากนี้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 หน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ จะส่งรายละเอียดคำของบฯ ให้สำนักงบประมาณพิจารณา และนำเสนอให้ ครม. พิจารณาในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 

จากนั้นรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณและรับทราบผลความคิดเห็น วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ และให้ สำนักงบประมาณจัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 และเอกสารประกอบ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ และเอกสารประกอบ และนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์


สรุปข่าว

รัฐบาลยืนยันจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ทันตามกรอบ เน้นคำนึงความคุ้มค่า ให้ความสำคัญและลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด เพื่อช่วยประชาชนก่อน

ปฏิทินจัดทำงบประมาณ 2570 สามารถทำได้ทันในปีงบประมาณปกติ

วันที่ (21 เมษายน 2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ยืนยันปฏิทินการจัดทำงบประมาณ 2570 สามารถทำได้ทันในปีงบประมาณปกติ (1 ตุลาคม)

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว เมื่อวันที่ 20 เมษายน 69 หลังจากนี้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 หน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ จะส่งรายละเอียดคำของบฯ ให้สำนักงบประมาณพิจารณา และนำเสนอให้ ครม. พิจารณาในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 

จากนั้นรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณและรับทราบผลความคิดเห็น วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ครม. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น และพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ และให้ สำนักงบประมาณจัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 และเอกสารประกอบ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ และเอกสารประกอบ และนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์


จากนั้นช่วงวันที่ 1 - 3 กรกฎาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 วาระที่ 1 วันที่ 7 - 9 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระที่ 2–3 วันที่ 10 - 11 กันยายน 2569 วุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ และช่วงวันที่ 21 กันยายน 2569 นำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ 2570 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยจะเห็นได้ว่า พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ศ. 2570 สามารถใช้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามปฏิทินอย่างแน่นอน

สำหรับการจัดทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณประจำปี 2569 โดยประเมินว่าไม่น่าจะเกิน 50,000-60,000 ล้านบาท แต่อย่างไรตาม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 140 กำหนดว่า หากมีการออก พรบ. โอนงบประมาณแล้ว ในส่วนแรกจำเป็นที่จะต้องนำเงินไปชดใช้เงินคงคลังก่อน ซึ่งมีภาระค้างอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งวงเงินจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณดังกล่าวอาจไม่เพียงพอสำหรับนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตหรือเยียวยาประชาชนได้อย่างเต็มที่ 

ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้คือ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก่อน เพื่อจัดสรรงบประมาณสำหรับชดใช้เงินคงคลังส่วนนี้ให้เรียบร้อย ส่งผลให้เมื่อมีการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณในภายหลัง จะมีงบประมาณเหลือเพียงพอสำหรับนำไปใช้แก้ไขปัญหาและดูแลเยียวยาประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ให้ความสำคัญและลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด เพื่อช่วยประชาชนก่อน

นายภราดร กล่าวอีกว่า หลักการสำคัญการจัดทำงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินงบประมาณ 3,788,000 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ "Zero-Based Budgeting โดยให้แต่ละหน่วยงานทำคำขอเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของปีงบประมาณปี 2569 ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายภาครัฐ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล 

ซึ่งต้องตอบโจทย์สถานการณ์โลก สถานการณ์ประเทศและการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน โครงการที่ไม่เร่งด่วน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น อาคารสำนักงาน การอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานต่างประเทศ แต่หากจำเป็นให้จำกัดจำนวนให้มากที่สุด ส่วนของงบจังหวัด กลุ่มจังหวัด ให้งดเว้นการตั้งงบฯ ก่อน หรือชะลองบการพัฒนาถนนและแหล่งน้ำของจังหวัดเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพราะมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว ปรับลดการก่อสร้าง แต่หากมีความจำเป็นให้เน้น PPP (Public-Private Partnership) และเน้นพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น โดยให้หน่วยงานเปลี่ยนรถสันดาปเป็น EV หรือ Hybrid หากมีสัญญาจัดซื้อเก่าค้างอยู่ให้เจรจาเพิ่มเติมกับคู่สัญญา รวมทั้งให้หน่วยงานติดตั้ง Solar Rooftop ด้วย

"รัฐบาลให้ความสำคัญและลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด เพื่อช่วยประชาชนก่อน ให้ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส" นายภราดร กล่าว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว