รมว.ศึกษาฯ “นฤมล” เปิดเวทีผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษา ย้ำไม่ใช้การเมืองแทรกแซง

Share on Line Share on Facebook Share on X
รมว.ศึกษาฯ “นฤมล” เปิดเวทีผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษา ย้ำไม่ใช้การเมืองแทรกแซง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษเรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่” จัดโดยสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 245 เขต

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า หลายรัฐบาลพยายามผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่ติดปัญหาการยุบสภา จนทำให้กฎหมายไม่เดินหน้า ทั้งที่เนื้อหาของกฎหมายปัจจุบันยังมีข้อจำกัดต่อการพัฒนาการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ จึงหวังว่าครั้งนี้สภาฯ ชุดปัจจุบันจะสามารถผ่านกฎหมายฉบับใหม่ได้สำเร็จ

กฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วยร่าง 7 ฉบับ โดย 1 ฉบับเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ และอีก 6 ฉบับเสนอโดยพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ซึ่งรมว.ศึกษาธิการได้ประสานให้เร่งรัด เพื่อให้ทันบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภา

สรุปข่าว

รมว.ศึกษาธิการ “นฤมล” เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หวังสภาฯ ปัจจุบันปลดล็อกสำเร็จ หลังติดขัดหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ย้ำไม่ใช้การศึกษาเป็นเป้าหมายทางการเมือง พร้อมเรียกร้องข้าราชการร่วมมือ ขับเคลื่อนการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษเรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่” จัดโดยสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 245 เขต

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า หลายรัฐบาลพยายามผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่ติดปัญหาการยุบสภา จนทำให้กฎหมายไม่เดินหน้า ทั้งที่เนื้อหาของกฎหมายปัจจุบันยังมีข้อจำกัดต่อการพัฒนาการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำ จึงหวังว่าครั้งนี้สภาฯ ชุดปัจจุบันจะสามารถผ่านกฎหมายฉบับใหม่ได้สำเร็จ

กฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วยร่าง 7 ฉบับ โดย 1 ฉบับเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ และอีก 6 ฉบับเสนอโดยพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ซึ่งรมว.ศึกษาธิการได้ประสานให้เร่งรัด เพื่อให้ทันบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภา

ศ.ดร.นฤมล ย้ำว่า การศึกษาไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเป้าหมายทางการเมือง พร้อมขอให้ข้าราชการยึดมั่นในหลักการทำงานเพื่อการศึกษาที่แท้จริง ไม่ใช่เพื่อวาระทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เธอชี้ว่าพรรคกล้าธรรมที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษา ก็มีเจตนาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยตรง

ในช่วงบ่ายของการสัมมนา รมว.ศึกษาธิการเปิดเวทีให้ผู้แทนเขตพื้นที่สะท้อนปัญหาและข้อเสนอ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการศึกษาในสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแนวร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่บุคลากรด้านการศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น 52 คน และมอบโล่กิตติคุณแก่คณะกรรมการสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานอีก 37 คน

สำหรับประเด็นร้อนในสภาฯ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคลากรครูและการศึกษา รมว.ศึกษาธิการระบุว่า หากยกเลิกคำสั่งดังกล่าว จะต้องมีการพิจารณารายละเอียดใหม่ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ครู และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทาง

การเคลื่อนไหวของ ศ.ดร.นฤมล สะท้อนให้เห็นความพยายามครั้งสำคัญในการปลดล็อกกฎหมายการศึกษา ที่ถูกค้างมาหลายรัฐบาล หากสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนต่อโครงสร้างการจัดการศึกษาไทย ทั้งในมิติการลดความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือการเมืองในสภาที่อาจทำให้ร่างกฎหมายสะดุดซ้ำเหมือนที่ผ่านมา จึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมือง ข้าราชการ และสังคมการศึกษา ว่าจะสร้างฉันทามติร่วมกันได้หรือไม่

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : ศธ.

sticky-bar-top