เยียวยาน้ำท่วมรอบใหม่ 17 จังหวัด รัฐจ่าย 463 ล้านช่วยประชาชน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เยียวยาน้ำท่วมรอบใหม่ 17 จังหวัด รัฐจ่าย 463 ล้านช่วยประชาชน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกไปแล้วกว่า 6 แสนหลังคาเรือน รวมวงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท

ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 124,430 ครัวเรือน วงเงินรวม 463,870,000 บาท




สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมระลอกใหม่ ครอบคลุม 17 จังหวัด รวมกว่า 124,000 ครัวเรือน วงเงิน 463.87 ล้านบาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยจ่ายหลัก ด้าน สนทช. ยืนยันเขื่อนใหญ่ยังรับน้ำได้ ไม่กระทบเขื่อนเจ้าพระยา

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกไปแล้วกว่า 6 แสนหลังคาเรือน รวมวงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท

ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 124,430 ครัวเรือน วงเงินรวม 463,870,000 บาท




โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารให้กับผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

ในขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าการบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนและต้องสอดคล้องกันระหว่างทุกเขื่อน โดยเฉพาะการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลจะไม่ส่งผลให้ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ยังคงมีพื้นที่รองรับน้ำได้เพียงพอสำหรับมวลน้ำที่ไหลจากพื้นที่ตอนบน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top