จีนหารือกองทัพบก เดินหน้าปราบไซเบอร์สแกม ชี้กัมพูชาพัวพันขบวนการ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนหารือกองทัพบก เดินหน้าปราบไซเบอร์สแกม ชี้กัมพูชาพัวพันขบวนการ

กองทัพบกไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงข้ามชาติ หลังนายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน เข้าหารือกับฝ่ายไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ขยายตัวในภูมิภาค

การหารือมีขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 โดยพลเอก ดิเรก บงการ หัวหน้าศูนย์ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจีนจากหลายหน่วยงานด้านความมั่นคงและการสอบสวน ณ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อหารือสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติและแนวทางปราบปรามอย่างเป็นระบบ

สรุปข่าว

กองทัพบกไทยหารือผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคงจีน เร่งความร่วมมือปราบอาชญากรรมไซเบอร์ หลังพบกลุ่มสแกมเมอร์ใช้ไทยเป็นทางผ่านหลบหนี พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและแนวปฏิบัติด้านการจับกุม ส่งตัว และเก็บพยานหลักฐาน โดยจีนชี้ชัดว่ารัฐบาลกัมพูชามีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ในหลายมิติ

กองทัพบกไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงข้ามชาติ หลังนายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน เข้าหารือกับฝ่ายไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ขยายตัวในภูมิภาค

การหารือมีขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 โดยพลเอก ดิเรก บงการ หัวหน้าศูนย์ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจีนจากหลายหน่วยงานด้านความมั่นคงและการสอบสวน ณ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อหารือสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติและแนวทางปราบปรามอย่างเป็นระบบ

ฝ่ายกองทัพบกระบุว่า ปัจจุบันมีกลุ่มสแกมเมอร์บางส่วนพยายามหลบหนีการกวาดล้าง โดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม ผ่านการแฝงตัวในลักษณะนักท่องเที่ยวหรือนักลงทุน ทำให้การคัดกรองทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือใกล้ชิดกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจ รวมถึงข้อมูลข่าวกรองจากจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นและจับกุม

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงขั้นตอนการส่งมอบผู้ลักลอบเข้าเมือง การดำเนินคดี และการผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งกองทัพบกเห็นว่าหากกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนร่วมกัน จะช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดการผู้กระทำผิด

ด้านนายหลิว จงอี้ ชื่นชมความร่วมมือระหว่างไทย เมียนมา และจีน ในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมในพื้นที่เมียวดี ซึ่งสามารถจับกุมและส่งกลับผู้ต้องหาชาวจีนกว่า 6,600 คน พร้อมระบุว่ารัฐบาลเมียนมาได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ และร่วมตรวจสอบอาคารในพื้นที่ KK Park แล้วกว่า 400 แห่ง

ฝ่ายจีนยังขอให้ไทยเพิ่มมาตรการสกัดกั้นการใช้เส้นทางธรรมชาติและด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นทางผ่านของขบวนการสแกมเมอร์ โดยเน้นย้ำว่าอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ที่ใช้ก่ออาชญากรรมถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ต้องเก็บรักษาอย่างรัดกุมเพื่อขยายผลเครือข่าย

ขณะเดียวกัน จีนได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลกัมพูชามีความเชื่อมโยงและมีผลประโยชน์ร่วมกับขบวนการสแกมเมอร์ในหลายมิติ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศและมาตรการที่เป็นรูปธรรมในระยะยาว เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและเสถียรภาพของภูมิภาค

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กองทัพบก

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top