คนทำงานกลางแจ้ง เผชิญฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 8 ชม.ต่อวัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
คนทำงานกลางแจ้ง เผชิญฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 8 ชม.ต่อวัน

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 37.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใกล้ค่ามาตรฐาน โดยพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตสาทร 47.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตจตุจักร 47.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตบางรัก 45.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เขตจตุจักรเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 บริเวณหน้าสวนจตุจักรยังมีฝุ่นกระจายตัวหนาแน่น แม้การจราจรช่วงเช้าจะไม่หนาแน่น และไม่พบรถควันดำชัดเจน แต่ค่าฝุ่นยังคงอยู่ในระดับสูง

ประชาชนบางส่วนเริ่มปรับตัวด้วยการสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะผู้มาออกกำลังกายในสวนจตุจักรและผู้รอรถโดยสารประจำทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะอย่างวินมอเตอร์ไซค์ ระบุว่า แม้จะเผชิญฝุ่นมาอย่างต่อเนื่องหลายปี แต่เริ่มรู้สึกถึงผลกระทบต่อร่างกายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือประชาชนรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริการ พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบอาชีพกลางแจ้ง ซึ่งจำเป็นต้องทำงานท่ามกลางฝุ่นเป็นเวลานาน เฉลี่ยมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดงานได้ เนื่องจากกังวลต่อรายได้และการดำรงชีพ ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว

กรุงเทพฯ ยังเผชิญฝุ่น PM2.5 ใกล้ค่ามาตรฐาน หลายพื้นที่ชั้นในค่าฝุ่นพุ่ง ขณะที่แรงงานรายวัน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ให้บริการกลางแจ้ง ต้องทำงานท่ามกลางฝุ่นยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะหยุดไม่ได้ หวั่นกระทบรายได้

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 37.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใกล้ค่ามาตรฐาน โดยพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตสาทร 47.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตจตุจักร 47.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตบางรัก 45.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เขตจตุจักรเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 บริเวณหน้าสวนจตุจักรยังมีฝุ่นกระจายตัวหนาแน่น แม้การจราจรช่วงเช้าจะไม่หนาแน่น และไม่พบรถควันดำชัดเจน แต่ค่าฝุ่นยังคงอยู่ในระดับสูง

ประชาชนบางส่วนเริ่มปรับตัวด้วยการสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะผู้มาออกกำลังกายในสวนจตุจักรและผู้รอรถโดยสารประจำทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะอย่างวินมอเตอร์ไซค์ ระบุว่า แม้จะเผชิญฝุ่นมาอย่างต่อเนื่องหลายปี แต่เริ่มรู้สึกถึงผลกระทบต่อร่างกายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือประชาชนรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริการ พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบอาชีพกลางแจ้ง ซึ่งจำเป็นต้องทำงานท่ามกลางฝุ่นเป็นเวลานาน เฉลี่ยมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดงานได้ เนื่องจากกังวลต่อรายได้และการดำรงชีพ ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ที่มาข้อมูล : ทีมข่าวสังคม

ที่มารูปภาพ : ทีมข่าวสังคม

sticky-bar-top