“เขตปทุมวัน - จตุจักร” ฝุ่นคลุ้งเริ่มกระทบสุขภาพ - หลายเขตคุณภาพอากาศปานกลาง

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เขตปทุมวัน - จตุจักร” ฝุ่นคลุ้งเริ่มกระทบสุขภาพ - หลายเขตคุณภาพอากาศปานกลาง

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 26.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม แนวโน้มฝุ่นมีทิศทางเพิ่มขึ้น และบางพื้นที่เริ่มเข้าสู่ระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สรุปข่าว

กทม. รายงานค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 วันที่ 5 ม.ค. 2569 อยู่ที่ 26.4 มคก./ลบ.ม. ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เขตปทุมวันมีค่าฝุ่นสูงสุด 40.3 มคก./ลบ.ม. เกินค่ามาตรฐาน ขณะที่หลายพื้นที่อยู่ในระดับปานกลาง แนะประชาชนสวมหน้ากาก PM2.5 ลดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสุขภาพ

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 26.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม แนวโน้มฝุ่นมีทิศทางเพิ่มขึ้น และบางพื้นที่เริ่มเข้าสู่ระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เขตปทุมวันฝุ่นสูงสุด เกินค่ามาตรฐาน

จากการตรวจวัดพบว่า เขตปทุมวันมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 40.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าค่ามาตรฐาน รองลงมาคือ เขตจตุจักร 37.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตสาทร 34.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดย 12 เขตที่มีค่าฝุ่นสูงสุดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ภาพรวมรายพื้นที่ คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ระดับปานกลาง

เมื่อพิจารณาแยกตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก และกรุงเทพใต้ มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ขณะที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วง 19.6–30.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แนวโน้มฝุ่นเพิ่มขึ้น แนะประชาชนดูแลสุขภาพ

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศฯ ระบุว่า สถานการณ์ฝุ่นในระยะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับในกลุ่มสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยแนะนำให้ประชาชนทั่วไปสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์จากศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร เพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ค่าฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น.

sticky-bar-top