
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำมาตรการทางกฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งและพื้นที่ป่า หลังพบจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกษตรและป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยควบคุมแหล่งกำเนิดในทุกพื้นที่ ทั้งการเผาในป่า พื้นที่เกษตร เขตเมือง การคมนาคม การก่อสร้าง รวมถึงหมอกควันข้ามแดน เพื่อจำกัดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ต่อประชาชน

จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าหลายจังหวัดได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมและห้ามเผา พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยการเผาในพื้นที่ต่าง ๆ มีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
-เผาในที่ตนเองหรือที่สาธารณะจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น เผาขยะ มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาข้างทางหรือใกล้ถนนในระยะไม่เกิน 500 เมตร จนเป็นอันตรายต่อการจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
-เผาในพื้นที่เกษตรหรือที่โล่ง เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
-เผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทษจำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี ปรับ 400,000–2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท และหากเผาเกิน 25 ไร่ โทษเพิ่มเป็นจำคุก 4–20 ปี ปรับ 200,000–2,000,000 บาท
นายสุรินทร์ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด ดวงตา และผิวหนัง และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเผาทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศห้ามเผาอย่างเด็ดขาด
สรุปข่าว
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำมาตรการทางกฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งและพื้นที่ป่า หลังพบจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกษตรและป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยควบคุมแหล่งกำเนิดในทุกพื้นที่ ทั้งการเผาในป่า พื้นที่เกษตร เขตเมือง การคมนาคม การก่อสร้าง รวมถึงหมอกควันข้ามแดน เพื่อจำกัดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ต่อประชาชน

จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าหลายจังหวัดได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมและห้ามเผา พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยการเผาในพื้นที่ต่าง ๆ มีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
-เผาในที่ตนเองหรือที่สาธารณะจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น เผาขยะ มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาข้างทางหรือใกล้ถนนในระยะไม่เกิน 500 เมตร จนเป็นอันตรายต่อการจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
-เผาในพื้นที่เกษตรหรือที่โล่ง เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
-เผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทษจำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี ปรับ 400,000–2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท และหากเผาเกิน 25 ไร่ โทษเพิ่มเป็นจำคุก 4–20 ปี ปรับ 200,000–2,000,000 บาท
นายสุรินทร์ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด ดวงตา และผิวหนัง และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเผาทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศห้ามเผาอย่างเด็ดขาด
- สถานการณ์ PM2.5 เกือบทั่วไทยจมฝุ่นอีก 7 วัน “หนือ-กทม. ” อ่วม
- “ชิลี” ประกาศภัยพิบัติ หลังไฟป่าคร่าแล้ว 19 ราย สั่งอพยพกว่า 50,000 คน
- “ไฟป่าชิลี” ลุกลาม เร่งอพยพปชช.ออกจากจุดเสี่ยง
- กรุงเทพฯ อ่วมฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน 12 เขต คุณภาพอากาศแย่
- ปภ.เตือนด่วนผ่าน Cell Broadcast พื้นที่ 4 เขตกทม. ค่าฝุ่นอันตราย
ที่มาข้อมูล : กรมควบคุมมลพิษ
ที่มารูปภาพ : กรมควบคุมมลพิษ

