
ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะว่ากองบังคับการตำรวจทางหลวง จะใช้มาตรการตรวจจับความเร็วแบบ ค่าเฉลี่ย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
กองบังคับการตำรวจทางหลวงขอเรียนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตำรวจทางหลวง ไม่มีมาตรการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงยังคงมีมาตรการตรวจจับความเร็ว เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ตามมาตรฐานสากล
สรุปข่าว
ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะว่ากองบังคับการตำรวจทางหลวง จะใช้มาตรการตรวจจับความเร็วแบบ ค่าเฉลี่ย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
กองบังคับการตำรวจทางหลวงขอเรียนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตำรวจทางหลวง ไม่มีมาตรการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงยังคงมีมาตรการตรวจจับความเร็ว เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ตามมาตรฐานสากล
กล่าวคือ ตำรวจทางหลวงใช้มาตรการตรวจจับความเร็ว เฉพาะจุด ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงบนท้องถนน โดยใช้ กล้องระบบ ASE (Automatic Speed Enforcement) ระบบกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ใช้เรดาร์ตรวจจับความเร็วของรถตลอดเวลา หากรถวิ่งเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ระบบจะถ่ายภาพรถและป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ จากนั้นจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการออกใบสั่งได้ทันที
ทั้งนี้ จะทำการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว ในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั่วประเทศ
มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยและเพื่อลดสถิติอุบัติเหตุรวมถึงลดความสูญเสียบนท้องถนน
ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางราชการอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม
หากสงสัยในใบสั่งจราจรที่ได้รับ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอความช่วยเหลือบนท้องถนน สามารถติดต่อ ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง

- ตำรวจทางหลวงสกัดรถบัส ซุกแรงงานเมียนมาอาศัยช่วงปีใหม่
- ราชกิจจาฯประกาศแบบใบสั่งจราจรใหม่เริ่มใช้ 4 สิงหาคม 2568
- เตือน! "ใบสั่งจราจรรูปแบบเก่า" ยังมีผลตามกฎหมาย ต้องเสียค่าปรับตามกำหนด
- ขอความร่วมมือ หลีกทางให้รถฉุกเฉินนำ ด.ต.ปิยนันท์ รักษาต่อ รพ.ตำรวจ
- "ใบสั่งจราจร”แบบส่งถึงบ้าน เปิด 2 ขั้นตอนเช็กได้ ‘ของจริง-ของปลอม’
ที่มาข้อมูล : ตำรวจทางหลวง
ที่มารูปภาพ : TNN ONLINE

