
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้ารณรงค์ให้เกษตรกรทั่วประเทศปรับเปลี่ยนวิธีจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากการเผาทิ้งมาเป็นการไถกลบและผลิตปุ๋ยหมัก เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ลดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน และช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด.ช่วยย่อยสลายตอซัง ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ในแต่ละปีประเทศไทย มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายหลังการเก็บเกี่ยวพืชในปริมาณมาก ได้แก่ ตอซังและฟางข้าวประมาณ 26.81 ล้านตัน ตอซังและซังข้าวโพด 6.83 ล้านตัน และตออ้อยรวมถึงเศษใบอ้อย 9.75 ล้านตัน ซึ่งล้วนมีธาตุอาหารพืชและอินทรียวัตถุที่เป็นประโยชน์ต่อดิน หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และเหมาะสมต่อการเพาะปลูกในรอบถัดไป อย่างไรก็ตาม การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ก่อให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน โดยเฉพาะไนโตรเจนประมาณ 90 ล้านกิโลกรัม ฟอสฟอรัส ประมาณ 20 ล้านกิโลกรัม และโพแทสเซียม ประมาณ 260 ล้านกิโลกรัม รวมถึงธาตุอาหารอื่นๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน ประมาณ 150 ล้านกิโลกรัม นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

กรมพัฒนาที่ดิน จึงส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นา อาทิ ฟางข้าว ตอซังข้าว ซังข้าวโพด ใบอ้อย และเศษพืชอื่น ๆ มาผลิตเป็นปุ๋ยหมักหรือไถกลบลงสู่ดิน เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ ปรับปรุงโครงสร้างดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดรายจ่าย และเพิ่มคุณภาพผลผลิต โดยกรมฯ ได้สนับสนุนสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 เพื่อช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายตอซังและเศษพืชให้กลายเป็นปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสาและเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรับผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด. ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1760
การปรับเปลี่ยนแนวทางจากการเผาทิ้งมาเป็นการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรักษาทรัพยากรดินให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน
สรุปข่าว
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้ารณรงค์ให้เกษตรกรทั่วประเทศปรับเปลี่ยนวิธีจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากการเผาทิ้งมาเป็นการไถกลบและผลิตปุ๋ยหมัก เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ลดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน และช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด.ช่วยย่อยสลายตอซัง ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ในแต่ละปีประเทศไทย มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายหลังการเก็บเกี่ยวพืชในปริมาณมาก ได้แก่ ตอซังและฟางข้าวประมาณ 26.81 ล้านตัน ตอซังและซังข้าวโพด 6.83 ล้านตัน และตออ้อยรวมถึงเศษใบอ้อย 9.75 ล้านตัน ซึ่งล้วนมีธาตุอาหารพืชและอินทรียวัตถุที่เป็นประโยชน์ต่อดิน หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และเหมาะสมต่อการเพาะปลูกในรอบถัดไป อย่างไรก็ตาม การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ก่อให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน โดยเฉพาะไนโตรเจนประมาณ 90 ล้านกิโลกรัม ฟอสฟอรัส ประมาณ 20 ล้านกิโลกรัม และโพแทสเซียม ประมาณ 260 ล้านกิโลกรัม รวมถึงธาตุอาหารอื่นๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน ประมาณ 150 ล้านกิโลกรัม นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

กรมพัฒนาที่ดิน จึงส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นา อาทิ ฟางข้าว ตอซังข้าว ซังข้าวโพด ใบอ้อย และเศษพืชอื่น ๆ มาผลิตเป็นปุ๋ยหมักหรือไถกลบลงสู่ดิน เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ ปรับปรุงโครงสร้างดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดรายจ่าย และเพิ่มคุณภาพผลผลิต โดยกรมฯ ได้สนับสนุนสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 เพื่อช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายตอซังและเศษพืชให้กลายเป็นปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสาและเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรับผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด. ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1760
การปรับเปลี่ยนแนวทางจากการเผาทิ้งมาเป็นการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรักษาทรัพยากรดินให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน
- มหาดไทยกำชับคุมไฟป่าเข้มช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน รับมือฝุ่น PM2.5
- GISTDA รายงานค่าฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ พบ 44 จังหวัด เริ่มกระทบสุขภาพ
- กางกฎหมายลงโทษมือเผา ปรับสูงสุด 2 ล้านบาท คุก 20 ปี คุมเข้มต้นตอ PM 2.5
- กทม. ใช้ Cell Broadcast เตือนฝุ่น PM2.5 ทันที
- สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพฯ เช้านี้ เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ “บางรัก” ค่าสูงสุด
ที่มาข้อมูล : กรมพัฒนาที่ดิน
ที่มารูปภาพ : กรมพัฒนาที่ดิน
