ปี 2568 เกิดเหตุฉุกเฉิน 671 ครั้ง "น้ำท่วม" สร้างความสูญเสียสูงสุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปี 2568 เกิดเหตุฉุกเฉิน 671 ครั้ง "น้ำท่วม" สร้างความสูญเสียสูงสุด

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานข้อมูลเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ประจำปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า เกิดเหตุการณ์ทั้งหมด 671 ครั้ง โดยเหตุที่เกิดมากสุดคือ อุบัติเหตุคมนาคม 200 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นอุบัติเหตุรถพยาบาลฉุกเฉิน (รวมทุกสังกัด) 108 ครั้ง 

สรุปข่าว

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ปี 2568 เกิดเหตุฉุกเฉิน 671 ครั้ง เป็นอุบัติเหตุคมนาคมสูงสุด ขณะที่ "น้ำท่วม-ดินถล่ม" สร้างความสูญเสียสูงสุด ภาพรวมมีการติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่อง ทำให้บริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้ทันท่วงที ส่วนโรคระบาดพบข้อมูลเพิ่มขึ้นหลังเกิดสาธารณภัยในหลายจังหวัด กำหนดมาตรการให้เฝ้าระวัง 30 วันหลังสาธารณภัย เพื่อควบคุมโรค

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานข้อมูลเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ประจำปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า เกิดเหตุการณ์ทั้งหมด 671 ครั้ง โดยเหตุที่เกิดมากสุดคือ อุบัติเหตุคมนาคม 200 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นอุบัติเหตุรถพยาบาลฉุกเฉิน (รวมทุกสังกัด) 108 ครั้ง 

สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อุทกภัยและดินถล่ม มีผู้เสียชีวิต 340 ราย บาดเจ็บ 456 ราย สถานการณ์สู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีผู้เสียชีวิต 77 ราย บาดเจ็บ 52 ราย และแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนในประเทศไทย 63 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 36 ราย 

ซึ่งจากการตื่นตัวและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องทำให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ในภาพรวมเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยความสำเร็จคือ การนำข้อมูลสถิติและการพยากรณ์อากาศมาใช้วางแผน โดยเฉพาะกรณีฝุ่น PM 2.5 ที่พบว่ามีความยืดหยุ่นในการปรับรูปแบบการทำงาน และมีความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างส่วนกลางและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อว่า กรณีการเกิดโรคระบาดหลังสาธารณภัย พบว่า อุทกภัยภาคในเหนือและภาคใต้เป็นปัจจัยส่งเสริมให้พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่และอุจจาระร่วงสูงขึ้น โดยภาคใต้พบสูงถึง 100% ส่วนโรคเลปโตสไปโรซิส พบในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือ 20% ภาคใต้ 44.44% และข้อมูลมีลักษณะที่เพิ่มขึ้นหลังเกิดสาธารณภัยในหลายจังหวัด กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดแนวปฏิบัติระดับประเทศ ให้มีการเฝ้าระวังโรคระบาดหลังเกิดสาธารณภัยเป็นเวลา 30 วัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและท้องถิ่น ให้มีแผนเฝ้าระวังโรคในแผนฟื้นฟูจังหวัด กำหนดบทบาทที่ชัดเจนในช่วงฟื้นฟู 

ทั้งนี้ กรณีโรคติดต่อหรือโรคระบาดจะมีการกำหนดเกณฑ์ในการประกาศเป็นสาธารณภัยของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้ตรงกัน รวมถึงมีการฝึกซ้อมแผนการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดสอบระบบบัญชาการเหตุการณ์ ทบทวนบทบาทหน้าที่บุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการประสานภาคีเครือข่าย และประเมินจุดอ่อนเพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยง

ที่มาข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข

ที่มารูปภาพ : AFP