โฆษกรัฐบาลย้ำ ข่าวขึ้น VAT 10% เป็นข่าวปลอม

Share on Line Share on Facebook Share on X
โฆษกรัฐบาลย้ำ ข่าวขึ้น VAT 10% เป็นข่าวปลอม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงชัดเจนว่า กระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 7% เป็น 10% นั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นหลัก 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลไม่มีแนวทางผลักภาระเพิ่มเติมให้ประชาชนตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ตรงกันข้าม รัฐบาลยังพิจารณามาตรการที่ช่วยดูแลประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ 

สรุปข่าว

รัฐบาลยืนยันข่าวลือขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% ไม่เป็นความจริง พร้อมชี้แจงกระแสวิจารณ์เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน ว่าเป็นเพียงความเห็นทางกฎหมายของรองนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 172 เพื่อเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ ย้ำรัฐบาลและข้าราชการยังทำงานร่วมกันตามปกติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงชัดเจนว่า กระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 7% เป็น 10% นั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นหลัก 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลไม่มีแนวทางผลักภาระเพิ่มเติมให้ประชาชนตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ตรงกันข้าม รัฐบาลยังพิจารณามาตรการที่ช่วยดูแลประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ 

สำหรับอีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอาจเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ โดยที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังยังไม่รับทราบนั้น โฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ใช่การตัดสินใจเชิงนโยบาย แต่เป็นการอธิบายข้อกฎหมายของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลสามารถใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ได้ เช่นเดียวกับที่เคยใช้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 

นายปกรณ์ให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้มีหลายปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งระดับเงินคงคลัง ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และความเสี่ยงด้านสภาพอากาศจากซูเปอร์เอลนีโญที่อาจกระทบภาคเกษตร จึงจำเป็นต้องเตรียมเครื่องมือทางกฎหมายไว้รองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง 

โฆษกรัฐบาลย้ำทิ้งท้ายว่า การบริหารราชการแผ่นดินจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ การตีความว่ารัฐบาลตัดสินใจข้ามขั้นตอนหรือข้ามหัวข้าราชการ จึงอาจเป็นข้อสรุปที่เร็วเกินไป เพราะข้อเท็จจริงในเวลานี้ยังเป็นเพียงการตอบคำถามในเชิงกฎหมายและการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจเท่านั้น 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์