
สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้พลังงานในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ
ผลสำรวจของ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จากกลุ่มตัวอย่าง 1,306 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21–24 เมษายน 2569 ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 68.22 รู้สึกว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว และร้อยละ 28.41 รู้สึกร้อนมากแต่ยังพอรับได้ สะท้อนภาพอุณหภูมิที่กระทบชีวิตประจำวันในวงกว้าง
เมื่ออากาศร้อนต่อเนื่อง พฤติกรรมการใช้ชีวิตจึงปรับตาม โดยร้อยละ 82.01 ดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ร้อยละ 77.87 เปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมนานขึ้น และร้อยละ 67.84 หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงกลางวัน รวมถึงมีประชาชนกว่าครึ่งเลือกเข้าใช้บริการในห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อเพื่อคลายร้อน
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้การใช้ไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับอากาศร้อน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความร้อนสะสมสูง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 85.22 กังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง รองลงมาคือผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ฮีทสโตรกและอาการเพลียแดด ร้อยละ 83.84 และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ร้อยละ 65.31
สรุปข่าว
สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้พลังงานในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ
ผลสำรวจของ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จากกลุ่มตัวอย่าง 1,306 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21–24 เมษายน 2569 ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 68.22 รู้สึกว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว และร้อยละ 28.41 รู้สึกร้อนมากแต่ยังพอรับได้ สะท้อนภาพอุณหภูมิที่กระทบชีวิตประจำวันในวงกว้าง
เมื่ออากาศร้อนต่อเนื่อง พฤติกรรมการใช้ชีวิตจึงปรับตาม โดยร้อยละ 82.01 ดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ร้อยละ 77.87 เปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมนานขึ้น และร้อยละ 67.84 หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงกลางวัน รวมถึงมีประชาชนกว่าครึ่งเลือกเข้าใช้บริการในห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อเพื่อคลายร้อน
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้การใช้ไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับอากาศร้อน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความร้อนสะสมสูง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 85.22 กังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง รองลงมาคือผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ฮีทสโตรกและอาการเพลียแดด ร้อยละ 83.84 และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ร้อยละ 65.31
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ประชาชนจะต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการควบคู่กัน
ในด้านความคาดหวังต่อภาครัฐ ประชาชนร้อยละ 77.95 เสนอให้ลดหรือตรึงค่าไฟฟ้าเป็นอันดับแรก ขณะที่ร้อยละ 64.93 ต้องการให้มีการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ และร้อยละ 57.89 เห็นว่าควรวางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง และปรับเวลาการทำงานกลางแจ้ง เพื่อลดผลกระทบจากอากาศร้อนในชีวิตประจำวัน
น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า อากาศร้อนกลายเป็นปัจจัยที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างชัดเจน ทั้งด้านค่าใช้จ่ายและสุขภาพ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เป็นภาระสำคัญ ทำให้ประชาชนต้องปรับพฤติกรรมและแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ประชาชนร้อยละ 72.13 เห็นว่าควรปรับวิถีชีวิตอย่างจริงจังเพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สะท้อนแนวโน้มการปรับตัวในระยะยาว
- “อินเดีย” ร้อนจัด อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาฯ เตือนเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนาน ๆ
- โลกกำลังล้มเหลว วิกฤตสงครามซ้ำเติมโลกเดือด เชื้อเพลิงฟอสซิลยังเป็นตัวเลือกแรกของพลังงาน
- EU ลดภาษีค่าไฟช่วยประชาชน สู้วิกฤตพลังงานสงครามอิหร่าน เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด่วน
- สเปน-บราซิลร้อนทะลุปรอท อุณหภูมิเดือนเม.ย.ร้อนผิดปกติ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 องศาฯ!
- พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกปี 68 เพิ่มขึ้น 3% หลังดีมานด์รถ EV โต
บรรณาธิการออนไลน์
