
หากจะพูดถึง บาเยิร์น มิวนิค แล้ว พวกเขากำลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดในเวทีบุนเดสลีกาในฤดูกาลนี้ อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่รวมถึงในเวทียุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย เพราะจนถึงตอนนี้ ทีมเสือใต้ยังไม่แพ้ใครเลยแม้แต่เกมเดียวนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล แถมยังชนะรวดทั้ง 10 เกมที่ลงเล่นในทุกถ้วย
ผลงานอันสุดยอดนี้ ดีกว่าปีที่แล้วที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกามาครองได้ด้วยซ้ำ นั่นทำให้ฤดูกาลนี้ แฟนๆ บาเยิร์น คงคาดหวังถึงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 อย่างแน่นอน หลังครั้งล่าสุดได้ไปเมื่อ 5 ปีก่อน หรือฤดูกาล 2019-20
นี่ขนาดว่าพวกเขายังไม่ได้มีทีมที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าในแนวรุกตอนนี้จะทำผลงานได้ดีกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้าอย่าง แฮร์รี่ เคน ที่ยิงระเบิด รวมถึงตัวสนับสนุนแนวรุกอย่าง หลุยส์ ดิอาซ, แซร์จ กนาบรี้ และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นเกินหน้าเกินตากันทุกคน
แต่มันจะสมบูรณ์ยิ่งกว่านี้ หากว่ามีคนๆ นี้อยู่ในสนาม นั่นก็คือ จามาล มูเซียซ่า ดาวจรัสแสงของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ดันไปโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้าซ้ายในช่วงที่เล่นรายการชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ต้องพักนานราว 6 เดือน หรือถ้าโชคดี อาจจะกลับมาได้ในช่วงปลายปีนี้
ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของ บาเยิร์น ทำให้ มูเซียล่า ให้สัมภาษณ์ว่าเขาแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะกลับมาคืนสนามอีกครั้ง หลังเห็นเพื่อนร่วมทีมเล่นกันได้อย่างสุดยอดขนาดนี้
วันนี้เราจะมาส่องประวัติของ มูเซียล่า กันหน่อยว่าเส้นทางอาชีพที่ผ่านมาของเขาเป็นอย่างไร และทำไมเขาถึงเลือกเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี แทนที่จะเป็นอังกฤษ ที่เขาเล่นมาตลอดตั้งแต่ชุดเยาวชน
จามาล มูเซียล่า เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2003 ที่เมือง สตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี โดยมีคุณพ่อ แดเนียล ริชาร์ด เป็นชาวไนจีเรียน-บริติช ส่วนคุณแม่คือ คาโรลิน มูเซียล่า เป็นชาวเยอรมันที่มีเชื้อสายโปแลนด์ เขาอาศัยอยู่ในเมืองฟุลดา ประเทศเยอรมนี จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กเกือบทั้งหมด
ในอังกฤษ เขาเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนคอร์ปุส คริสตี และได้แสดงความสามารถด้านฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเป็นตัวแทนโรงเรียนลงแข่งขันให้กับสโมสรท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น ฟูแล่ม, เบรนต์ฟอร์ด และ วิมเบิลดัน ในรายการ อีเอฟแอล ยูทิลิต้า คิดส์ คัพ และเคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึงสองครั้ง ส่วนในระดับมัธยม เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนวิทกิฟต์ และในช่วงท้ายของวัยเด็กก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น เขาก็ได้เข้าสู่ทีมอะคาเดมี่ของ เชลซี
มูเซียล่าเล่นให้กับทั้งเยอรมนีและอังกฤษในระดับเยาวชน แต่ในที่สุดเมื่ออายุ 16 ปี เขาและคุณแม่ก็ได้ตัดสินใจย้ายกลับเยอรมนี ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหตุผลส่วนตัวและสถานการณ์ เบร็กซิท (Brexit) ที่กำลังจะเกิดขึ้น และหลังจากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เขาก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนที่จะเลือกเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ในเส้นทางอาชีพของเขา
สรุปข่าว
หากจะพูดถึง บาเยิร์น มิวนิค แล้ว พวกเขากำลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดในเวทีบุนเดสลีกาในฤดูกาลนี้ อันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่รวมถึงในเวทียุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย เพราะจนถึงตอนนี้ ทีมเสือใต้ยังไม่แพ้ใครเลยแม้แต่เกมเดียวนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล แถมยังชนะรวดทั้ง 10 เกมที่ลงเล่นในทุกถ้วย
ผลงานอันสุดยอดนี้ ดีกว่าปีที่แล้วที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกามาครองได้ด้วยซ้ำ นั่นทำให้ฤดูกาลนี้ แฟนๆ บาเยิร์น คงคาดหวังถึงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 อย่างแน่นอน หลังครั้งล่าสุดได้ไปเมื่อ 5 ปีก่อน หรือฤดูกาล 2019-20
นี่ขนาดว่าพวกเขายังไม่ได้มีทีมที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าในแนวรุกตอนนี้จะทำผลงานได้ดีกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้าอย่าง แฮร์รี่ เคน ที่ยิงระเบิด รวมถึงตัวสนับสนุนแนวรุกอย่าง หลุยส์ ดิอาซ, แซร์จ กนาบรี้ และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นเกินหน้าเกินตากันทุกคน
แต่มันจะสมบูรณ์ยิ่งกว่านี้ หากว่ามีคนๆ นี้อยู่ในสนาม นั่นก็คือ จามาล มูเซียซ่า ดาวจรัสแสงของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ดันไปโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้าซ้ายในช่วงที่เล่นรายการชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ต้องพักนานราว 6 เดือน หรือถ้าโชคดี อาจจะกลับมาได้ในช่วงปลายปีนี้
ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของ บาเยิร์น ทำให้ มูเซียล่า ให้สัมภาษณ์ว่าเขาแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะกลับมาคืนสนามอีกครั้ง หลังเห็นเพื่อนร่วมทีมเล่นกันได้อย่างสุดยอดขนาดนี้
วันนี้เราจะมาส่องประวัติของ มูเซียล่า กันหน่อยว่าเส้นทางอาชีพที่ผ่านมาของเขาเป็นอย่างไร และทำไมเขาถึงเลือกเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี แทนที่จะเป็นอังกฤษ ที่เขาเล่นมาตลอดตั้งแต่ชุดเยาวชน
จามาล มูเซียล่า เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2003 ที่เมือง สตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี โดยมีคุณพ่อ แดเนียล ริชาร์ด เป็นชาวไนจีเรียน-บริติช ส่วนคุณแม่คือ คาโรลิน มูเซียล่า เป็นชาวเยอรมันที่มีเชื้อสายโปแลนด์ เขาอาศัยอยู่ในเมืองฟุลดา ประเทศเยอรมนี จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กเกือบทั้งหมด
ในอังกฤษ เขาเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนคอร์ปุส คริสตี และได้แสดงความสามารถด้านฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเป็นตัวแทนโรงเรียนลงแข่งขันให้กับสโมสรท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น ฟูแล่ม, เบรนต์ฟอร์ด และ วิมเบิลดัน ในรายการ อีเอฟแอล ยูทิลิต้า คิดส์ คัพ และเคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึงสองครั้ง ส่วนในระดับมัธยม เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนวิทกิฟต์ และในช่วงท้ายของวัยเด็กก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น เขาก็ได้เข้าสู่ทีมอะคาเดมี่ของ เชลซี
มูเซียล่าเล่นให้กับทั้งเยอรมนีและอังกฤษในระดับเยาวชน แต่ในที่สุดเมื่ออายุ 16 ปี เขาและคุณแม่ก็ได้ตัดสินใจย้ายกลับเยอรมนี ซึ่งมีสาเหตุมาจากเหตุผลส่วนตัวและสถานการณ์ เบร็กซิท (Brexit) ที่กำลังจะเกิดขึ้น และหลังจากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เขาก็ได้ประกาศอย่างชัดเจนที่จะเลือกเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ในเส้นทางอาชีพของเขา
เส้นทางอาชีพในระดับสโมสร
2019–20 : ฤดูกาลประเดิมสนาม
ในเดือนกรกฎาคม 2019 ขณะที่อายุ 16 ปี มูเซียล่า ตัดสินใจออกจาก เชลซี เพื่อเข้าร่วมสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ในบุนเดสลีกา เขาประเดิมสนามในฐานะนักเตะอาชีพครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2020 โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองให้กับทีม บาเยิร์น มิวนิค ชุดบี ที่เล่นในระดับ ลีกา 3 เยอรมนี และเพียงไม่กี่วันต่อมา ในวันที่ 20 มิถุนายน 2020 เขาก็ได้ประเดิมสนามให้ทีมเสือใต้ชุดใหญ่ ในศึกบุนเดสลีกา เกมกับไฟรบวร์ก ด้วยวัยเพียง 17 ปี 115 วัน ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ บาเยิร์น ที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาล 2019–20 แต่เขาไม่ได้ลงเล่นในรายการนั้นเลยแม้แต่เกมเดียว เนื่องจากยังเป็นเพียงแข้งดาวรุ่งในทีม
2020–21: การแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่
ในฤดูกาลต่อมา มูเซียล่า เริ่มต้นสร้างสถิติอันน่าทึ่ง วันที่ 18 กันยายน 2020 เขาทำประตูแรกในบุนเดสลีกาได้ ในเกมถล่ม ชาลเก้ 04 ขาดลอย 8-0 ด้วยวัย 17 ปี 205 วัน ทำลายสถิติเดิมของ โรเก้ ซานตา ครูซ กลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดของ บาเยิร์น ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน เขาประเดิมสนามในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยลงเป็นตัวสำรองแทน โธมัส มุลเลอร์ และในเดือนธันวาคม เขาได้รับโอกาสเป็นตัวจริงครั้งแรกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมที่เสมอกับ แอตเลติโก มาดริด 1-1
จุดสูงสุดของฤดูกาลคือวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2021 หลัง มูเซียล่า ยิงประตูแรกได้ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมกับ ลาซิโอ ทำให้เขากลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในรายการนี้ของทั้งสัญชาติอังกฤษและเยอรมัน และยังเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดของ บาเยิร์น ในถ้วยยุโรปอีกด้วย หลังจากนั้น วันที่ 5 มีนาคม เขาได้เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับ บาเยิร์น ไปจนถึงปี 2026
2021–2023 : พัฒนาการอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นผู้ชี้ชะตาแชมป์ลีก
มูเซียล่า พัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาทำประตูแรกใน เดเอฟเบ-โพคาล ในเกมถล่ม เบรเมอร์ เอสเฟา 12-0 และตามด้วยประตูแรกในบุนเดสลีกาฤดูกาลนั้นในเกมกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่สำคัญ ในวันที่ 23 เมษายน 2022 ลูกยิงของ มูเซียล่า ในเกม "แดร์ คลาสสิเคอร์" ที่ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1 ทำให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้เป็นสมัยที่ 10 ติดต่อกัน
บทบาทของเขาในฐานะผู้ชี้ชะตายังคงดำเนินต่อไป ในฤดูกาล 2022–23 วันที่ 27 พฤษภาคม 2023 เขาทำประตูชัยในช่วงนาทีที่ 89 ในเกมเยือน โคโลญจน์ ซึ่งเป็นประตูที่ทำให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 11 ติดต่อกัน ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า ดอร์ทมุนด์ อย่างหวุดหวิด นอกจากนี้ เขายังจบฤดูกาลในฐานะรองดาวซัลโวสูงสุดของ บาเยิร์น ด้วยผลงาน 12 ประตูในบุนเดสลีกาอีกด้วย
2024–ปัจจุบัน : ต่อสัญญายาวและผู้สืบทอดเสื้อหมายเลข 10
ในฤดูกาล 2023–24 มูเซียล่า ทำประตูรวม 13 ประตูในทุกรายการ โดยเป็นรองแค่ แฮร์รี่ เคน ดาวซัลโวประจำทีม และในวันที่ 30 ตุลาคม 2024 เขาก็ทำแฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้ง ในรายการ เดเอฟเบ-โพคาล ที่ชนะ ไมนซ์ 4-0 ทำให้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2025 หลังมีการเจรจากันมาสักพัก บาเยิร์น มิวนิค ก็ได้ทำการต่อสัญญากับ มูเซียล่า ยาวไปจนถึงปี 2030 รวมถึงยังได้สวมเสื้อหมายเลข 10 แทนที่ ลีรอย ซาเน่ ที่ย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์ ก่อนที่ฤดูกาล 2025–26 จะเริ่มต้นขึ้น
ทุกอย่างดูจะสดใส แต่อย่างไรก็ตาม มูเซียล่า กลับโชคร้ายประสบกับอาการบาดเจ็บรุนแรงในวันที่ 5 กรกฎาคม 2025 ในศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อเข้าปะทะกับ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ที่ตอนนั้นยังเล่นให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บกระดูกน่องหักและข้อเท้าเคลื่อน ซึ่งนำไปสู่การพักรักษาตัวในระยะยาว โดยต้องพักนาน 5-6 เดือน และน่าจะกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026
เส้นทางทีมชาติ
มูเซียล่า มีสิทธิ์เล่นให้กับทีมชาติได้ถึงสามชาติ ได้แก่ เยอรมนี (ประเทศบ้านเกิดและสัญชาติแม่), อังกฤษ (สัญชาติพ่อและสถานที่เติบโต) และ ไนจีเรีย (ผ่านทางคุณพ่อที่เป็นลูกครึ่ง ไนจีเรียน-บริติช) โดยในระดับเยาวชน เขาได้ลงเล่นให้กับทั้งอังกฤษและเยอรมนี
ช่วงเยาวชน : ตัวแทนสิงโตคำราม
ในเดือนพฤศจิกายน 2020 มูเซียล่า ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 21เป็นครั้งแรก เพื่อลงเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เขาประเดิมสนามในฐานะตัวสำรองในเกมที่ อังกฤษ ชนะ อันดอร์รา 3-1 และยิงประตูแรกให้ทีมสิงโตน้อยได้ในเกมที่ถล่ม แอลเบเนีย 5-0
หลังจากที่ มูเซียล่า เลือกเล่นให้อังกฤษ ทำให้สมาคมฟุตบอลเยอรมนี ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าพวกเขาหยุดโน้มน้าว มูเซียล่า ให้มารับใช้ทีมอินทรีเหล็กแล้ว โดยโค้ชทีมเยาวชนเยอรมนีในเวลานั้นอย่าง ไมเคล เชินไวท์ซ ระบุว่า "มูเซียซ่า แสดงให้เราเห็นความชัดเจนว่าเขามองเห็นอนาคตกับทีมชาติอังกฤษมากกว่า เรายอมรับการตัดสินใจของเขาและขอให้เขาโชคดี" ขณะที่ตัว มูเซียล่า เองเคยเผยว่าเขารู้สึกสบายใจที่จะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในระดับเยาวชนมากกว่าเยอรมนี เพราะเขาเติบโตมากับผู้เล่นอังกฤษในอะคาเดมี่ของ เชลซี ขณะที่ผู้เล่นเยอรมันคนอื่นๆ นั้นเขาไม่รู้จักเลย
ทีมชาติชุดใหญ่ : การตัดสินใจเลือกรับใช้ทีมชาติเยอรมนี
ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021 มูเซียล่า ได้ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยเขาเลือกที่จะเล่นให้กับ เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่เขาเกิดและเป็นสัญชาติของคุณแม่ นั่นทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2021 เพื่อลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก และประเดิมสนามในวันที่ 25 มีนาคม 2021 ในฐานะตัวสำรองนาทีที่ 79 ในเกมที่ เยอรมนี เอาชนะ ไอซ์แลนด์ 3-0
มีรายงานว่า โยอาคิม เลิฟ โค้ชทีมชาติเยอรมนีในเวลานั้นได้ให้คำมั่นสัญญากับ มูเซียล่า ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ เลิฟ ให้สัญญาแบบนี้กับนักเตะ โดยกล่าวว่า "แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เป็นตัวหลักที่ บาเยิร์น แต่ผมบอกเขาว่าถ้าเขาเลือกเรา เขาจะได้เล่นในยูโร 2020 (ที่จัดขึ้นในปี 2021) อย่างแน่นอน"
ร่วมศึกยูโร 2020
มูเซียล่า ถูกเลือกติดทีมชาติเยอรมนีชุดลุยศึก ยูโร 2020 ตามความคาดหมาย และในวันที่ 23 มิถุนายน 2021 เขาก็กลายเป็นผู้เล่นชาวเยอรมันที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ให้กับทีมชาติชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียง 18 ปี 117 วัน ในเกมที่ เยอรมนี เสมอกับ ฮังการี 2-2 โดยในนัดนั้น มูเซียล่าเป็นคนเปิดบอลให้ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ทำประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นประตูที่ช่วยให้ เยอรมนี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวลงไปเป็นตัวสำรองในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ เยอรมนี แพ้ อังกฤษ 2-0 ตกรอบไปแบบเจ็บช้ำ
ลุยศึกฟุตบอลโลก 2022
วันที่ 11 ตุลาคม 2021 มูเซียล่า ทำประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมที่ เยอรมนี เอาชนะ นอร์ธ มาซิโดเนีย 4-0 ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ทำประตูให้ทีมชาติเยอรมนีได้ ในวัย 18 ปี 227 วัน
ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เขาประเดิมสนามในเกมแรกที่เจอกับญี่ปุ่น ทำให้เขากลายเป็นนักเตะเยอรมันวัยรุ่นคนแรกในรอบ 64 ปี ที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนับตั้งแต่ปี 1958 และเป็นผู้เล่นเยอรมันอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสี่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ในวัย 19 ปี 270 วัน ตามหลัง คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้, เลโอโพลด์ นอยเมอร์ และ เอ็ดมุนด์ โคเนน ถึงแม้ว่า เยอรมนี จะตกรอบแรก แต่ในเกมสุดท้ายที่ชนะคอสตาริกา 4-2 เขาสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ถึง 13 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของผู้เล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นรองแค่สถิติสูงสุดในฟุตบอลโลกของ เจย์-เจย์ โอโคชา เพลย์เมคเกอร์ไนจีเรียในปี 1994 ที่ทำไว้ 15 ครั้ง
ตัวหลักใน ยูโร 2024
มูเซียล่า มีชื่อติดทีมชาติชุด ยูโร 2024 ที่ เยอรมนี เป็นเจ้าภาพ เขาได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนัดเปิดสนามที่ถล่มสกอตแลนด์ 5-1 ซึ่งเขายิงประตูได้ด้วย ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นเยอรมันอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ทำประตูได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ (ตามหลัง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เพื่อนร่วมทีมเพียง 67 วัน) นอกจากนี้ เขายังทำประตูในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เจอกับ เดนมาร์ก อีกด้วย และด้วยผลงาน 3 ประตูตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ มูเซียล่า จึงคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot) มาครองได้สำเร็จร่วมกับผู้เล่นอื่นๆ อีก 5 คน
ทั้งหมดนี้คือประวัติของ จามาล มูเซียล่า ดาวจรัสแสงแห่ง บาเยิร์น มิวนิค น่าเสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บหนักก่อนที่ฤดูกาล 2025-26 จะเปิดฉากขึ้นไม่นาน ไม่อย่างนั้นเราอาจจะได้เห็นทีมเสือใต้มีอาวุธที่ทรงพลังมากกว่านี้ แม้ว่าฟอร์มการเล่นในเวลานี้จะโหดสุดๆ แล้วก็ตาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าด้วยอายุที่ยังน้อย มูเซียล่า จะฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้งในอีกไม่นานหลังจากนี้ ซึ่งเราต้องมาลุ้นกันว่า เขาจะช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมนีประสบความสำเร็จหลังจากนี้ได้อีกมากน้อยแค่ไหน...
ดูบอลสดครบทั้งลีก และถ้วยยุโรปชั้นนำ อาทิ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก / ลาลีกา / บุนเดสลีกา / เซเรีย อา และอีกมากมายกว่า 2,000 แมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26
📲สมัครและดูได้แล้ววันนี้ Now Football 199 บาท/เดือน (1 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/1rsb84q1
- มูเซียล่า ปลื้มฟอร์ม บาเยิร์นฯ ยอมรับอยากคืนสนามเต็มทีแล้ว
- เป้าหมายของ 'แฮร์รี่ เคน' เมื่อเจ้าตัวเริ่มไม่คิดถึงพรีเมียร์ลีก
- บาเยิร์นฯ หวังต่อสัญญา โอลิเซ หลังตกเป็นข่าวกับทั้ง ราชัน-หงส์
- พรีวิว บุนเดสลีกา เยอรมนี 2025-26 : ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พบ บาเยิร์น มิวนิค
- ผู้ต้องสงสัยขู่วางระเบิดเทศกาลเบียร์เยอรมนี Oktoberfest

