
หลังจากความผิดหวังเล็กๆที่ทัพ "ช้างศึก" โต๊ะเล็ก ทีมฟุตซอลไทย พลาดคว้าเหรียญทองในมหกรรมซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ทำให้มีหลายคำถามตามมามากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกับวงการฟุตซอลไทย เพราะถ้าจะวัดกันจริงๆไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในย่านอาเซียน หรืออันดับฟีฟ่าแรงกิ้งเราน่าจะเก็บเหรียญทองกินได้แบบไม่ยากเย็น
ปัจจุบันทีมชาติไทยมีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง อยู่ที่ 11 ของโลก ในขณะที่ อินโดนีเซีย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ครั้งล่าสุด รั้งอยู่อันดับที่ 24 ของโลก เป็นรองทีมอย่างเวียดนาม ที่อยู่อันดับ 20 ของโลกด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ภายใต้การบริหารงานของ เอริค ธอเฮียร์ รัฐมนตรีรัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย และประธานสหพันธ์ฟุตบอลอินโดนีเซีย ที่ปลุกกระแสวงการลูกหนังของอินโดนีเซีย ให้กลับมาบูมอีกครั้งด้วยผลงานที่ปรากฎ
ย้อนกลับไปในปี 2015 วงการฟุตบอลอินโดนีเซีย เดินทางมาถึงจุดต่ำสุดกับการโดนฟีฟ่าลงโทษแบน ด้วยเหตุผลที่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงภายใน ทำให้พวกเขาไม่ได้แข่งขันในระดับนานาชาติ นานกว่า 2 ปี
การโดนลงโทษครั้งนั้นมันเหมือนเป็นการล้างไพ่ใหม่ทั้งหมดของวงการฟุตบอลอินโดนีเซีย ก่อนที่จะค่อยๆกลับมาต่อกันใหม่อีกครั้งตั้งแต่รากฐาน และค่อยๆใช้เวลาพัฒนาจนทุกอย่างเริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นในปัจจุบัน
สรุปข่าว
หลังจากความผิดหวังเล็กๆที่ทัพ "ช้างศึก" โต๊ะเล็ก ทีมฟุตซอลไทย พลาดคว้าเหรียญทองในมหกรรมซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ทำให้มีหลายคำถามตามมามากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกับวงการฟุตซอลไทย เพราะถ้าจะวัดกันจริงๆไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในย่านอาเซียน หรืออันดับฟีฟ่าแรงกิ้งเราน่าจะเก็บเหรียญทองกินได้แบบไม่ยากเย็น
ปัจจุบันทีมชาติไทยมีอันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง อยู่ที่ 11 ของโลก ในขณะที่ อินโดนีเซีย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ครั้งล่าสุด รั้งอยู่อันดับที่ 24 ของโลก เป็นรองทีมอย่างเวียดนาม ที่อยู่อันดับ 20 ของโลกด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ภายใต้การบริหารงานของ เอริค ธอเฮียร์ รัฐมนตรีรัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย และประธานสหพันธ์ฟุตบอลอินโดนีเซีย ที่ปลุกกระแสวงการลูกหนังของอินโดนีเซีย ให้กลับมาบูมอีกครั้งด้วยผลงานที่ปรากฎ
ย้อนกลับไปในปี 2015 วงการฟุตบอลอินโดนีเซีย เดินทางมาถึงจุดต่ำสุดกับการโดนฟีฟ่าลงโทษแบน ด้วยเหตุผลที่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงภายใน ทำให้พวกเขาไม่ได้แข่งขันในระดับนานาชาติ นานกว่า 2 ปี
การโดนลงโทษครั้งนั้นมันเหมือนเป็นการล้างไพ่ใหม่ทั้งหมดของวงการฟุตบอลอินโดนีเซีย ก่อนที่จะค่อยๆกลับมาต่อกันใหม่อีกครั้งตั้งแต่รากฐาน และค่อยๆใช้เวลาพัฒนาจนทุกอย่างเริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นในปัจจุบัน
ความสำเร็จของอินโดนีเซีย กับการมาลูบคมทีมชาติไทยถึงบ้าน เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าหากทุกอย่างได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง ถูกทาง ความสำเร็จก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม
แม้จะเป็นแค่การได้เหรียญทองในระดับซีเกมส์ แต่ต้องยอมรับว่าความพิเศษมันคือการมาได้เหรียญนี้ถึงแผ่นอินไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียน มันยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขากำลังเดินมาถูกทาง
อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมชาติไทยแพ้อินโดนีเซีย เพราะย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ที่เราเป็นเจ้าภาพ ก็เป็นอินโดนีเซีย ที่บุกมายัดเยียดความผิดหวังให้ถึงบ้านในรอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์ 1-5 ก่อนจะไปอัด เวียดนาม 2-0 คว้าแชมป์อาเซียนไปครองได้สำเร็จ เป็นสมัยที่2 ของตัวเอง นับตั้งแต่ปี 2010
ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือความเป็นจริงกับการที่อินโดนีเซียขยับเข้ามาเทียบเคียงทีมชาติไทยเรียบร้อยแล้ว และหากยังปล่อยไว้แบบนี้มีโอกาสสูงที่เราจะโดนแซงหน้าไปแบบไม่ต้องสงสัย
ย้อนกลับไปในช่วงต้นที่บอกว่าเป็นความผิดหวังเล็กๆ เพราะในมุมหนึ่งมันยังเป็นแค่ระดับอาเซียน ที่ความสำคัญอาจจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าศึกชิงแชมป์เอเชีย หรือในระดับโลก มันจึงเป็นความผิดหวังที่ยอมรับได้อยู่บ้าง แต่ถ้าความพ่ายแพ้นี้เกิดขึ้นในเวทีที่ใหญ่กว่าก็คงไม่ต้องพูดถึง
ความผิดพลาดครั้งนี้ของทีมชาติไทย ก็ยังพอมีเรื่องดีที่เราจะได้หยิบมาเป็นบทเรียนว่าหากวางใจเกินไป ก็มีสิทธิ์จะถูกคู่แข่งบ้านใกล้เรือนเคียงแซงหน้าไปได้ง่ายๆ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้กับวงการโต๊ะเล็กไทยให้หันกลับมามองตัวเองและรับรู้ปัญหาได้อย่างทันเวลา ดีกว่าปล่อยให้เกิดขึ้นในระดับที่ใหญ่กว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อรับรู้ปัญหาแล้ว เราจะนิ่งเฉย หรือขยับอย่างไรเพื่อพัฒนาไปให้ไกลกว่าเดิม
จากนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนที่เราจะได้เตรียมความพร้อมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเข้ามาแทนที่ มิเกล โรดริโก้ น่าสนใจว่าผลงานของทีมชาติไทยชุดใหญ่จะเป็นอย่างไร
โดยในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 จะไปจัดกันที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 27 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ ทีมชาติไทยอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกับ เวียดนาม, คูเวต และ เลบานอน นับเป็นการวัดระดับคุณภาพของฟุตซอลไทยในปัจจุบันอย่างแม้จริงว่าเรากำลังเดินหน้าไปในทิศทางไหน
แต่ถ้าจะเริ่มพัฒนาจริงๆตามโมเดลที่ทุกคนรู้กันคือการเริ่มขยับตั้งแต่เยาวชน เพื่อต่อยอดขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งแฟนๆลูกหนังไทยไม่ต้องรอนาน เพราะเราจะได้เห็นกันในศึก U16 และ U19 ชิงแชมป์อาเซียน ที่กำลังแข่งขันในเวลานี้
ทีมชาติไทย จะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยโปรแกรมของ U16 ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชตั้ม" ภัฏ ศรีวิจิตร ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เราจะประเดิมสนามในวันอังคารที่ 23 ธันวาคมนี้ ด้วยการพบกับ บรูไนฯ
ต่อเนื่องในวันที่ 24 ธันวาคม พบกับ เมียนมา, วันที่ 26 ธันวาคม พบกับ เวียดนาม และปิดท้ายวันที่ 27 ธันวาคม ด้วยการเจอกับ อินโดนีเซีย คู่ปรับสำคัญ
สำหรับรายชื่อนักฟุตซอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ทั้ง 14 คน มีดังนี้
ผู้รักษาประตู
1. กรวิชณ์ สังข์ทองดี โรงเรียนราชวินิตบางเขน
2. ธนาธิป สำราญสุข โรงเรียนหัวถนนวิทยา
ผู้เล่นแนวรับ
3. ธนภพ สุเนตร โรงเรียนราชวินิตมัธยม
4. ธนวรรธน์ ภู่วิภาดาวรรธน์ โรงเรียนราชวินิตมัธยม
5. ณัฐพงษ์ โพธิกรพัฒน์ โรงเรียนทวีธาภิเศก
ผู้เล่นริมเส้น
6. นราวิชญ์ ศรีสุวรรณ โรงเรียนราชวินิตมัธยม
7. จิรวัฒน์ สังข์โสม โรงเรียนราชวินิตมัธยม
8. รัฐวิชญ์ ศรีรักษา โรงเรียนราชวินิตบางเขน
9. วชิรวิทย์ มนูญผล โรงเรียนราชวินิตบางเขน
10. ธีรภัทร์ วงษ์กฤษณ์ โรงเรียนปทุมคงคา
ผู้เล่นทุกตำแหน่ง
11. บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม โรงเรียนราชวินิตมัธยม
ผู้เล่นแนวรุก
12. ธาวิน ทานเจือ โรงเรียนราชวินิตบางเขน
13. อชิตะ ศรีจุ๋ย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ
14. ปุณโณ หวังศิลปคุณ โรงเรียนราชวินิตมัธยม
ในขณะที่ชุด U19 ภายใต้การคุมทัพของ บุญเลิศ เจริญวงศ์ มีโปรแกรมในรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดแรก ด้วยการเจอกับ บรูไน ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ และ ทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 25 ธันวาคม
นี่คือชุดที่กำลังจะเติบโตขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ นักเตะแต่ละคนมีสังกัดในระดับฟุตซอลลีก น่าจะทำให้เราได้มองเห็นภาพวงการโต๊ะเล็กไทยในอนาคตได้แบบกลายๆ
โดยรายชื่อ 14 นักฟุตซอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มีดังนี้
ผู้รักษาประตู
1.วัชรินทร์ เกิดเงิน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร / สโมสรการท่าเรือ เอเอสเอ็ม
2.ฉัตรมงคล หอมหวล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี / สโมสรราชภัฏเพชรบุรี
ผู้เล่นแนวรับ
3.พานทองแท้ ปลื้มจิตต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
4.ภูมิภูชิชส์ ฮวบอ่ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต / สโมสรแบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด
5.กิตติพัฒน์ ศรีแจ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี / สโมสรราชภัฏเพชรบุรี
ผู้เล่นริมเส้นขวา
6.เสฏฐวุฒิ ศรีทอง โรงเรียนราชวินิตมัธยม / สโมสรราชนาวี
7.ธนกฤต อ้วนศรี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า / สโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี
8.ภาคภูมิ เทียมตี๋ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี / สโมสรราชภัฏเพชรบุรี
ผู้เล่นริมเส้นซ้าย
9.ณัฐพล สังขวร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ / สโมสรบลูเวฟ ชลบุรี
10.นพโรจน์ รวีเลิศวรรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร / สโมสรบลูเวฟ ชลบุรี
11.มณฑณะ จันทร์กระจ่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
ผู้เล่นแนวรุก
12.ชยุตม์ อยู่ศรี โรงเรียนราชวินิตมัธยม / สโมสรบลูเวฟ ชลบุรี
13.สรวิชญ์ ศิริสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
14.ธนฐนกร ดีกลาง โรงเรียนปทุมคงคา / สโมสรธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน
น่าสนใจว่าบรรดาผลผลิตของวงการฟุตซอลไทยทั้งสองชุดที่จะต่อยอดได้ในอนาคตจะมีรากฐานเป็นอย่างไร โดยแฟนๆสามารถรับชมการถ่ายทอดสดกับตาของตัวเองได้ทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว ที่จะยิงสดให้ได้รับชมทั้งสองชุด
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องๆทั้งสองชุดจะสามารถกู้ศรัทธาแฟนๆโต๊ะเล็กไทยให้กับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จกับการแข่งขันในบ้านตัวเองทั้งสองรายการ ก็คงได้แต่ยอมรับว่าวงการฟุตซอลของเราถอยหลังจากเดิม
ทิ้งท้ายด้วยโปรแกรมแข่งขันให้แฟนๆได้ตามให้กำลังใจน้องๆทั้งสองชุด โดยทั้งU16 และ U19 จะแข่งขันกันที่ ยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี
โดยโปรแกรมแข่งขันของทีมฟุตซอลU16 ชิงแชมป์อาเซียน มีดังนี้
นัดแรก วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 17:30 น.
ทีมชาติไทย พบ บรูไน
นัด2 วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 17:30 น.
ทีมชาติไทย พบ เมียนมา
นัด3 วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น.
ทีมชาติไทย พบ เวียดนาม
นัด4 วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น.
ทีมชาติไทย พบ อินโดนีเซีย
ส่วนโปรแกรมแข่งขันของทีมฟุตซอลU19 ชิงแชมป์อาเซียนมีดังนี้
นัดแรก วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 20.00 น.
ทีมชาติไทย พบ บรูไน
นัด2 วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 20.00 น.
ทีมชาติไทย พบ เวียดนาม
- แบโผ 22 แข้งฟุตซอลทีมชาติไทย ลุยศึกซีเกมส์ 2025
- โค้ชวัง เผยความรู้สึกพาทีมชาติไทยU23 คว้าตั๋วลุยชิงแชมป์เอเชีย
- อิชิอิ-ณัฐพงษ์ แถลงข่าวก่อนเกม พร้อมดวล อิรัก รอบชิงฯ คิงส์ คัพ
- ทีมชาติไทย ซ้อมต่อเนื่องเตรียมชิง อิรัก พร้อมทำเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ "คิงส์คัพ"
- "โค้ชวัง" ธวัชชัย เผยหลังเกม ทีมชาติไทย อัด มองโกเลีย 6-0
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : FA Thailand

