ประวัติ เอ็นดริค ดาวรุ่งอนาคตไกลที่ มาดริด ส่งให้ ลียง ยืมตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ เอ็นดริค ดาวรุ่งอนาคตไกลที่ มาดริด ส่งให้ ลียง ยืมตัว

ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2024 สโมสรเรอัล มาดริด สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวนักเตะดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 18 ปี ที่อิมพอร์ตมาจากประเทศบราซิล 


ในเวลานั้นทัพ "ราชันชุดขาว" ทุ่มงบประมาณรวมกันกว่า 72 ล้านยูโร ให้กับสโมสรพัลไมรัส ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศบราซิล ในการทำข้อตกลงเพื่อเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเจ้าหนูเอ็นดริค มาร่วมทีมตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี   


วันเวลาผ่านไปหลังย้ายมาเล่นในแผ่นดินสเปน 1 ฤดูกาลครึ่ง เขาลงเล่นไป 40 นัด แบ่งเป็นตัวจริง 9 นัด ซัดไป 7 ประตู แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อราชันชุดขาว โดยเฉพาะฤดูกาลนี้เขาไม่สามารถเอาชนะใจโค้ชคนใหม่อย่าง อลอนโซ่ 


ได้เล่นไปแค่ 3 นัด มีเวลาอยู่ในสนามเพียง 99 นาที ก่อนที่ช่วงตลาดซื้อ-ขายเดือนมกราคมจะถูกปล่อยให้ โอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศส ยืมตัวใช้งาน เพื่อพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง 

สรุปข่าว

เอ็นดริค เฟลิเป้ โมเรร่า เด ซูซ่า ดาวรุ่งชาวบราซิล เกิดปี 2006 เติบโตจากอคาเดมีพัลไมรัสตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนสร้างชื่ออย่างรวดเร็วจากผลงานถล่มประตูในระดับเยาวชน และแจ้งเกิดเต็มตัวในปี 2022 จากการพาทีมคว้าแชมป์โคปา เซาเปาโล พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมรายการ เขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่พัลไมรัสตั้งแต่อายุ 16 ปี สร้างสถิติเป็นหนึ่งในนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในลีกบราซิล และมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ลีก จนได้รับการจับตามองจากบิ๊กทีมยุโรป ก่อนเรอัล มาดริด จะเซ็นสัญญาล่วงหน้าในปี 2022 ด้วยมูลค่าสูงถึง 72 ล้านยูโร เอ็นดริคย้ายมาร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” อย่างเป็นทางการในปี 2024 เปิดตัวได้อย่างน่าตื่นเต้นด้วยการทำประตูทั้งในลาลีกาและแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บและการแข่งขันในทีมที่สูง ทำให้เขาได้โอกาสลงสนามจำกัด โดยฤดูกาลล่าสุดลงเล่นเพียง 3 นัด รวม 99 นาที สุดท้าย เรอัล มาดริด ตัดสินใจปล่อยตัว เอ็นดริค วัย 19 ปี ให้ โอลิมปิก ลียง ยืมใช้งานจนจบฤดูกาล เพื่อโอกาสลงเล่นสม่ำเสมอและพัฒนาฝีเท้า โดยช่วงเวลานี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ดาวรุ่งที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นอนาคตของฟุตบอลบราซิล จะกลับมาเฉิดฉายบนเส้นทางลูกหนังได้หรือไม่

ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2024 สโมสรเรอัล มาดริด สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวนักเตะดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 18 ปี ที่อิมพอร์ตมาจากประเทศบราซิล 


ในเวลานั้นทัพ "ราชันชุดขาว" ทุ่มงบประมาณรวมกันกว่า 72 ล้านยูโร ให้กับสโมสรพัลไมรัส ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศบราซิล ในการทำข้อตกลงเพื่อเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเจ้าหนูเอ็นดริค มาร่วมทีมตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี   


วันเวลาผ่านไปหลังย้ายมาเล่นในแผ่นดินสเปน 1 ฤดูกาลครึ่ง เขาลงเล่นไป 40 นัด แบ่งเป็นตัวจริง 9 นัด ซัดไป 7 ประตู แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อราชันชุดขาว โดยเฉพาะฤดูกาลนี้เขาไม่สามารถเอาชนะใจโค้ชคนใหม่อย่าง อลอนโซ่ 


ได้เล่นไปแค่ 3 นัด มีเวลาอยู่ในสนามเพียง 99 นาที ก่อนที่ช่วงตลาดซื้อ-ขายเดือนมกราคมจะถูกปล่อยให้ โอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศส ยืมตัวใช้งาน เพื่อพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง 

เราจึงใช้โอกาสนี้ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มจากดินแดนแซมบ้ารายนี้กันให้มากขึ้น ว่าเส้นทางนักฟุตบอลของเขาจะเติบโตมาอย่างไร 


ประวัติ เอ็นดริค เด็กพรสวรรค์ชาวบราซิล ของ เรอัล มาดริด


เอ็นดริค เฟลิเป้ โมเรร่า เด ซูซ่า เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 ในเมืองตากัวติงกา ประเทศบราซิล เขามีพี่ชาย 1 คน และน้องสาวอีก 2 คน 


เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำให้ได้รับการปลูกฝังให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียงแค่ 4 ขวบ โดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชคนแรก และมักจะคอยใช้เวลาว่างพาลูกชายไปชมการแข่งขันตามสนามฟุตบอลต่างๆเพื่อเปิดหูเปิดตา


ในขณะเดียวกันพ่อของเขาจะคอยถ่ายคลิปวีดีโอในขณะที่ลูกชายเล่นฟุตบอลเก็บสะสมเอาไว้ และเมื่ออายุได้ 11 ขวบ ก็ทยอยส่งคลิปดังกล่าวที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์กระจายไปยังแมวมองและสโมสรต่างๆเพื่อเป็นใบเบิกทางในการเข้าสู่ระบบอคาเดมี่เพื่อพัฒนาทักษะฟุตบอลอย่างจริงจัง


เอ็นดริค เข้าร่วมทีมพัลไมรัส ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ


เซา เปาโล คือสโมสรแรกที่ติดต่อทาบทามเขามา จากนั้นก็ตามมาด้วยทีมดังๆในบราซิลอีกมากมายที่พร้อมยื่นข้อเสนอ สุดท้ายครอบครัวตัดสินใจเลือกจิ้มไปที่ พัลไมรัส เพราะนอกจากสโมสรจะเห็นในความสามารถแล้ว พวกเขายังมอบความจริงใจและซื้อใจด้วยการให้คำมั่นสัญญา รับปากดูแลครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี


สิ่งแรกที่สโมสรจัดการก็คือให้คุณพ่อของเขาลาออกจากงานรับจ้างรายวันที่ทำอยู่หลังแขวนสตั๊ด เพื่อมาเป็นนักการภารโรงของสโมสรที่ได้ทั้งสวัสดิการและเงินเดือนที่มากกว่าเดิม แถมยังมีโอกาสดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้อย่างใกล้ชิด


นอกจากพรสรรค์แล้ว สิ่งที่ เอ็นดริค มีคือความมุ่งมั่น ทุ่มเท และวินัยในการดูแลตัวเองทั้งในและนอกสนาม เขามุ่งสมาธิในการพัฒนาตัวเองและพร้อมเปิดรับความรู้ คำแนะนำใหม่ๆจากโค้ชอยู่เสมอ นั่นทำให้เขาพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด

หลายครั้งที่เขาต้องแบกอายุด้วยการถูกดันขึ้นไปเล่นกับรุ่นพี่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาสามารถยิงประตูได้อย่างถล่มทลาย โดยในระดับเยาวชนเขาถูกจดบันทึกไว้ว่ายิงรวมกันไปทั้งสิ้น 165 ประตู จากการลงสนาม 169 นัด ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่เข้าร่วมอคาเดมี่ของสโมสร


ผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาเกิดขึ้นในปี 2022 ในศึกโคปาเซาเปาโลเดฟุตบอลจูเนียร์ รายการที่รวมเด็กเทพจากอคาเดมี่ของสโมสรชั้นนำทั่วประเทศส่งเข้าประกวด


ปรากฎว่า เอ็นดริค ยิงได้ 8 ประตู จากการลงสนาม 7 นัด โชว์ฟอร์มโดดเด่นเกินวัยจนเขาได้รับเลือกจากบรรดาแฟนบอลให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ หลังจากที่สามารพาสโมสรพัลไมรัส คว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์


ความสำเร็จในระดับเยาวชนครั้งนั้น ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักในวงการลูกหนังมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาสื่อต่างประเทศที่นำเสนอ และแมวมองของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปที่ฝังตัวอยู่ในบราซิล ต่างก็รายงานเรื่องนี้ไปยังต้นสังกัดในทิศทางเดียวกัน ว่ามีเด็กเทพคนใหม่ของบราซิล ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง


ถึงตอนนี้ฝีเท้าของเขาดีเกินกว่าจะเล่นในระดับเยาวชนแล้ว ในวัย 16 ปี เขาถูก อเบล แฟร์ไรร่า กุนซือพัลไมรัส เรียกตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ก่อนจะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของพัลไมรัส ด้วยวัย16 ปี 2 เดือน 16 วัน


และไม่นานเขาก็สร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ2 ที่ยิงประตูได้ในลีกสูงสุดของบราซิล ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 3 เดือน กับอีก 7 วัน 


เพียงแค่ฤดูกาลแรก เขาก็มีส่วนกับการพาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อย่างยอดเยี่ยม ในชนิดที่การันตีตำแหน่งก่อนจบฤดูกาลถึง 3 นัด โดยภายหลังเขาได้รับการโหวตว่าจะเป็นนักเตะที่มีอนาคตไกลที่สุดในลีกบราซิล


- เอ็นดริค เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ เรอัล มาดริด


เวลานี้ชื่อของ เอ็นดริค กลายเป็นที่ต้องการของยักษ์ใหญ่ในยุโรป เชลซี ยื่นติดต่อเข้ามาเป็นทีมแรก พร้อมกับข้อเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตที่ลอนดอน ทั้งรถ ทั้งบ้าน และแนะนำการใช้ชีวิตที่สุขสบายในกรุงลอนดอนให้กับครอบครัว แต่สุดท้ายดีลต้องล่มลงไป เนื่องจากสโมสรมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ ทำให้เป็นโอกาสของทีมอื่นๆที่จับจ้องกันตาเป็นมัน


วันที่ 15 ธันวาคม 2022 สโมสรเรอัล มาดริด เป็นเสือปืนไวประกาศว่าพวกเขาได้บรรลุข้อตกลงกับ พัลไมรัส ในการเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ เอ็นดริค ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปี 2024 เมื่อนักเตะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ โดยในเวลานั้น เรอัล มาดริด ทุ่มเงินที่มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 72 ล้านยูโร 


วันที่ 11 ตุลาคม 2023 หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษอย่าง เดอะ การ์เดี้ยน ได้ตีพิมพ์ยกย่องว่า เอ็นดริค เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์ที่สุดของบรรดาเด็กทั่วโลกที่เกิดในปี 2006


หลังผ่านฤดูกาลที่ 2 กับทีมชุดใหญ่ของพัลไมรัส เอ็นดริค ยิงไป 11 ประตู เป็นรองดาวซัลโวของลีก และพาสโมสรป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกหนึ่งสมัย 


เข้าสู่ปี 2024 เอ็นดริค ยังคงโดดเด่นในการเล่นที่บราซิล จนกระทั่งวันที่ 16 พฤษภาคม เขาได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาถึงขั้นต้องโดนหามลงเปลออกจากสนาม ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนการเซ็นสัญญกับ มาดริด อย่างเป็นทางการก็จะเริ่มต้นขึ้น


ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผน 19 กรกฎาคม 2024 สโมสรเรอัล มาดริด แถลงข่าวคว้าตัว เอ็นดริค มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการด้วยสัญญายาว 6 ปี ก่อนจะเปิดตัวต่อหน้าแฟนบอล ณ สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ในวันที่ 27 กรกฎาคม 


ไม่นาน เอ็นดริค ก็ได้ประเดิมสนามนัดแรกให้กับ เรอัล มาดริด ในวันที่ 25 สิงหาคม โดยลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 86 ก่อนจะจัดการซัดประตูแรกของตัวเองในแผ่นดินสเปน ช่วยให้ทีมปิดกล่องเอาชนะ เรอัล บายาโดลิด 3-0 ในศึกลาลีกา สเปน 


กลายเป็นนักเตะต่างชาติอายุน้อยที่สุดที่ยิงให้กับสโมสร ด้วยวัยเพียง 18 ปี 35 วัน ทำลายสถิติเดิมของ ราฟาเอล วาราน ที่ทำได้ในวัย 18 ปี 152 วัน เท่านั้นยังไม่พอเขายังไปทำสถิติเดียวกันนี้ในเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกด้วย นับเป็นการเปิดฉากในถิ่นราชันชุดขาวได้อย่างเร้าใจ 


เข้าสู่เดือนพฤษภาคม เอ็นดริค ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายข้างขวา และต้องพักรักษาตัวนานถึง 2 เดือนเต็ม ส่งผลให้เขาจะพลาดลงเล่นในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวที่ต้นสังกัดเปลี่ยนมือกุนซือ จาก คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็น ชาบี อลอนโซ่ 


อย่างไรก็ตามสโมสรยังคงให้ความเชื่อมั่นในตัวเขาด้วยการให้ย้ายไปใส่สวมเสื้อหมายเลข 9 แทน คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่เปลี่ยนไปใส่หมายเลข10 แต่กว่าที่ร่างกายจะเข้าที่เข้าทาง เขาต้องรอโอกาสลงเล่นนัดแรกภายใต้กุนซือคนใหม่อยู่นาน กระทั่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 เกมที่ถล่มเอาชนะ บาเลนเซีย 4-0 โอกาสครั้งแรกก็มาถึง


เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทัพของ อลอนโซ่ ในช่วงเริ่มต้นก็ออกสตาร์ทซีซั่นได้อย่างร้อนแรงกับการเก็บชัยชนะ 6 นัดรวดในลีก ด้วยขุมกำลังที่ลงตัวสุดๆ ทำให้ เอ็นดริค แทบจะไม่มีโอกาสสอดแทรกในทีมได้เลย 


- เรอัล มาดริด ปล่อย เอ็นดริค ให้ โอลิมปิก ลียง ยืมตัว


ตลอดครึ่งฤดูกาลแรก เขาได้ลงลงสนาม 3 นัด เล่นรวมกันไปเพียงแค่ 99 นาที สำหรับนักฟุตบอลในวัยที่กำลังพัฒนา นี่คือจุดที่จะฉุดรั้งพรสวรรค์ของตัวเอง 


สุดท้ายเต้นสังกัดจึงตัดสินใจปล่อยตัวไปให้ โอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศสยืมตัวไปใช้งานจนจบฤดูกาล เพื่อให้โอกาสนักเตะได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ 


ในวัย 19 ปี ยังคงเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเขาล้มเหลวในสเปน เพราะด้วยจังหวะเวลาชีวิตที่ เรอัล มาดริด ดูจะไม่เป็นใจ ไล่ตั้งแต่การได้รับบาดเจ็บก่อนจะย้ายมาสเปน และอาการบาดเจ็บซ้ำที่ดันมาในช่วงที่ทีมเปลี่ยนถ่ายโค้ชคนใหม่ มองยังไงก็ดูจะเป็นจังหวะนรกที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนูรายนี้ 


การได้ออกไปสงบจิตสงบใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนฝรั่งเศส ดูจะเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุด ตัวนักเตะได้โอกาสลงเล่นเพื่อพัฒนาฝีเท้า ในขณะที่สโมสรต้นสังกัดแม่ก็รอวันที่เขาจะกลับไปสร้างความยิ่งใหญ่ร่วมกัน


จริงอยู่ที่ในโลกของฟุตบอลมีนักเตะดาวรุ่งมากมายที่สร้างชื่อเสียงตั้งแต่ตอนวัยรุ่น สุดท้ายก็ไปไม่สุดในเส้นทาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดโอกาสของตัวเองจนกลายประสบความสำเร็จในวงการ


กับเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยพรวรรค์และความกระหายอย่าง เอ็นดริค ช่วงระยะเวลา 6 เดือนต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาจะสามารถกลับมาเล่นฟุตบอลด้วยความมั่นใจให้สมกับที่ได้เชื่อว่าเป็นดาวรุ่งแห่งยุคของแผ่นดินบราซิลได้หรือไม่...

ที่มาข้อมูล : mainstand,wikipedia

ที่มารูปภาพ : AFP

sticky-bar-top